News
Admin

กระทรวงพลังงาน จัดพิธีมอบรางวัลประกวดวาดภาพเฉลิมพระเกียรติด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ปีที่ 5 ในหัวข้อ "มีพลังงาน มีความสุข"ณ บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา แกรนด์ พระราม 9โดยมี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธี และนางสาวนันทิกา ทังสุพานิช รองปลัดกระทรวงพลังงานในฐานะประธานคณะกรรมการตัดสิน มอบโล่ เงินรางวัล และใบประกาศเกียรติคุณให้กับผู้ชนะ การประกวด พร้อมด้วยศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ศาสตราจารย์วิโชค มุกดามณี ศิลปินแห่งชาติ คุณสังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร และคุณประทีป คชบัว ศิลปินอิสระ ซึ่งเป็นคณะกรรมการในการตัดสินพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า โครงการประกวด วาดภาพเทิดพระเกียรติด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงาน จัดขึ้นต่อเนื่อง เป็นปีที่ 5 เพื่อเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงค์ ซึ่งทุกพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนชาวไทยด้านการอนุรักษ์พลังงาน การพัฒนาพลังงานทดแทน รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบการถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ด้านพลังงานผ่านศิลปะภาพวาด โดยในปีนี้จัดประกวดในหัวข้อ "มีพลังงาน มีความสุข" ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายด้วยดี เนื่องจากได้รับความสนใจจากประชาชนและเยาวชนทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าประกวด เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญรูปภาพที่ส่งเข้าประกวด ล้วนถ่ายทอดพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ในด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยแต่ละผลงานที่ปรากฏบนเวทีการประกวดต่างสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ที่เข้าร่วมประกวดล้วนมีความรู้และความเข้าใจในความสำคัญของการอนุรักษ์พลังงาน และการพัฒนาพลังงานในประเทศเป็นอย่างดี กิจกรรมประกวดวาดภาพดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ เรื่องพลังงานต่อสาธารณชนอีกด้วยสำหรับ ผลการประกวด กิจกรรมประกวดวาดภาพเทิดพระเกียรติด้านการอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทนปีที่ 5 ในหัวข้อ "มีพลังงาน มีความสุข"แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้1. ประเภทมัธยมศึกษาตอนต้นรางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 25,000 บาท ได้แก่ ด.ญ.ไอริณ เหลืองอ่อน โรงเรียนสมคิดจิตต์วิทยา จังหวัดชลบุรีรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัล 20,000 บาทได้แก่ ด.ช.วัชระ แสนศรี โรงเรียนดอนตาลวิทยา จังหวัดมุกดาหารรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัล 15,000 บาทได้แก่ ด.ญ.จันทกานต์หาญพิชานันท์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายมัธยม) จังหวัดมหาสารคามนอกจากนั้นยังมีรางวัลชมเชยจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาทและร่วมแสดงผลงานอีก 3 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท2. ประเภทมัธยมศึกษาตอนปลาย / ปวช.รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 30,000 บาท ได้แก่ น.ส.จุฑามาศ รัตนะพิบูลย์กุล โรงเรียนบ้านบึงมนูญ วิทยาคาร จังหวัดชลบุรีรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัล 25,000 บาท ได้แก่ นายพลวัฒน์ สามิดี โรงเรียนศรีสงครามวิทยารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัล 20,000 บาท ได้แก่ น.ส.ชาลิสา เกียรติศิริ โรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง จังหวัดราชบุรีนอกจากนั้นยังมีรางวัลชมเชยจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 15,000 บาท และร่วมแสดงผลงานอีก 3 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท3. ประเภทอุดมศึกษา / ปวส.รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 35,000 บาท ได้แก่ นายวรุฒม์ ผ่องภักต์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานครรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัล 30,000 บาท ได้แก่ นายพิษณุ วงศ์วิไลพิสิฐ มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดชลบุรีรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัล 25,000 บาท ได้แก่ นายเกรียงไกร แก้วสุวรรณ มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐมนอกจากนั้นยังมีรางวัลชมเชยจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท และร่วมแสดงผลงานอีก 3 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาท4. ประเภทประชาชนทั่วไปรางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 50,000 บาท ได้แก่ นายอภิเดช ศิริบุรี กรุงเทพมหานครรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัล45,000 บาท ได้แก่ นายคเชนทร์ พลายบุญ จังหวัดสุพรรณบุรีรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัล 40,000 บาท ได้แก่ นายธีรวัฒน์ จันทร์แสตมป์ จังหวัดสุราษฎร์ธานีนอกจากนั้นยังมีรางวัลชมเชยจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 25,000 บาท และร่วมแสดงผลงานอีก 3 รางวัล รางวัลละ 5,000 บาททั้งนี้ กิจกรรมจัดประกวดวาดภาพเทิดพระเกียรติด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ปีที่ 5 ในหัวข้อ "มีพลังงาน มีความสุข"แบ่งการประกวดเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทมัธยมศึกษาตอนต้น ประเภท มัธยมศึกษาตอนปลาย และ ปวช. ประเภทอุดมศึกษา และ ปวส. และประเภทประชาชนทั่วไป รวม 64 รางวัล โดยมีเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะทั้งหมด จำนวน 1,120,000 บาท พร้อมการจัดแสดงนิทรรศการภาพวาดที่ได้รับรางวัล และภาพวาดที่ได้รับการคัดเลือกรวม 100 ผลงาน ตั้งแต่วันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2560 ณ บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า แกรนด์ พระราม 9โดยผลงานทั้งหมด ผ่านการพิจารณาคัดเลือกแบ่งเป็นสองรอบ รอบแรกคณะกรรมการจะพิจารณาจากผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 500 ผลงาน ซึ่งจะต้องตรงตามหัวข้อที่กำหนดไว้ และต้องเป็นภาพที่มีความคิดสร้างสรรค์ ที่สื่อถึงพระราชกรณียกิจ ในกิจการด้านการอนุรักษ์พลังงานหรือการส่งเสริมพลังงานทดแทน ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยคัดเลือกผลงานจำนวน 100 ผลงาน แบ่งเป็นผลงานที่เข้ารอบเพื่อร่วมกิจกรรมฝึกอบรมและวาดภาพเชิงปฏิบัติการ ประเภทละ 16 ผลงาน รวมเป็น 64 ผลงาน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของการประกวด อาทิ การศึกษาดูงานศิลปะ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร การอบรมและสร้างสรรค์ผลงานวาดภาพ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ส่วนการตัดสินในรอบที่สอง จะเป็นการตัดสินผลงานรอบสุดท้ายในแต่ละประเภทเพื่อคัดเลือก ผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 รองชนะเลิศอันดับ 2 และรางวัลชมเชยประเภทละ 10 รางวัลและร่วมจัดแสดงผลงานประเภทละ 3 รางวัล รวมทั้งหมด 64 รางวัล เป็นเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 1,120,000 บาทที่มา http://www.newswit.com/gen/2017-11-07/1da0c41b1828540cf5e0b7230667a81d/

อ่านต่อ...
Admin

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประเมินการจัดงานประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรีพลังงานเอเชียครั้งที่ 7 หรือ AMER 7 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพว่า งาน AMER 7 Global Energy Markets in Transition: From Vision to Action ประสบความสำเร็จ ทั้งด้านจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมและเนื้อหาในการประชุม โดยผู้เข้าร่วมประชุมมีทั้งระดับรัฐมนตรีและผู้แทน จาก 24 ประเทศ ผู้นำองค์กร ระหว่างประเทศ อีก 21 องค์กร นับเป็นจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากที่สุดตั้งแต่มีการจัดงาน ขึ้นมา สำหรับเนื้อหาในการประชุมมี 3 ด้านด้วยกันคือ ตลาดน้ำมันโลก ที่ขณะนี้ถึงยุคของการสร้างความสมดุล ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคน้ำมัน ตลาดก๊าซธรรมชาติซึ่งต่อไปจะเป็นยุคทองของก๊าซธรรมชาติแน่นนอน และ เรื่องของเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด โดยเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาสร้างความมั่นคงของพลังงานทดแทน และมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมทั้งเรื่องการประหยัดพลังงาน ทั้ง 3 หัวข้อที่ประชุมได้ข้อยุติ และสามารถนำไปใช้ได้ โดยหลายประเทศระบุว่า จะนำผลการประชุมครั้งนี้ไปเป็นนโยบายของประเทศ ส่วนเรื่องเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดดนั้นจะมีการหาทุนและนำไปสู่การนำไปใช้ต่อไป ที่มา สำนักข่าวไทย http://www.tnamcot.com/view/59fb0598e3f8e40adf8e4efd

อ่านต่อ...
Admin

13 ต.ค. 60 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและภริยา พร้อมด้วยนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลที่มา :: https://th-th.facebook.com/ministryofenergy/photos/ms.c.eJxFy9ENwDAIA9GNqmBwHe~_~;WKWgkt~;Tuyi4IMUqejOe6FA6QfxDtvAIWIGX9CyVciJGsAWu2EcsfZXzGAo~-.bps.a.1429426260459996.1073742013.275950142474286/1429427710459851/?type=3

อ่านต่อ...
Admin

โดยก่อนเริ่มพิธีทำบุญตักบาตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้นำคณะผู้บริหาร และผู้เข้าร่วมงาน ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ณ บริเวณด้านหน้าอาคารบี-อาคารเอ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงาน ยังได้จัดนิทรรศการ “ภูมิพลังแห่งแผ่นดิน นวมินทร์กลางใจไทยนิรันดร์” จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9 – 12 และ 16 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นนิทรรศการที่ฉายภาพพระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยะภาพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะในด้านพลังงานที่พระองค์ได้ ทรงพระราชทานพระดำริด้านการพัฒนาพลังงานทดแทน โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศให้เกิดประโยชน์ เกิดการพัฒนาพลังงานยั่งยืน ซึ่งจากสายพระเนตรที่กว้างไกลที่ทรงเล็งเห็นว่าพลังงานของโลกจะใกล้หมดไป และจะมีราคาแพงขึ้น จึงได้พัฒนาพลังงานทดแทนหลายรูปแบบให้เกิดขึ้น อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพ จากเอทานอลและไบโอดีเซล ที่ปัจจุบันกลายเป็นเชื้อเพลิงหลักในภาคขนส่งของไทย รวมทั้งแนวทางการพัฒนาพลังงานน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน ณ ลานชั้นล่าง อาคาร C ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน ที่มา :: https://th-th.facebook.com/ministryofenergy/photos/ms.c.eJxNztsNwDAIQ9GNKsA8zP6LVSVK0t~_jK4y6McikhKPCHx3oBFjZbRsQZSoIbHAHq0T1FLmgF7RMkf0vvpVk3hsDxQOYFY~;7x4DFC393Ioo~-.bps.a.1428579433878012.1073742012.275950142474286/1428588680543754/?type=3

อ่านต่อ...
Admin

พลเอกอนันตพร กล่าวว่า การจัดแสดงนิทรรศการฯ ครั้งนี้ เพื่อเป็นการฉายภาพพระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยะภาพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะในด้านพลังงานที่พระองค์ได้ ทรงพระราชทานพระดำริด้านการพัฒนาพลังงานทดแทน โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศให้เกิดประโยชน์ เกิดการพัฒนาพลังงานยั่งยืน ซึ่งจากสายพระเนตรที่กว้างไกลที่ทรงเล็งเห็นว่าพลังงานของโลกจะใกล้หมดไป และจะมีราคาแพงขึ้น จึงได้พัฒนาพลังงานทดแทนหลายรูปแบบให้เกิดขึ้น อาทิ เชื้อเพลิงชีวภาพ จากเอทานอลและไบโอดีเซล ที่ปัจจุบันกลายเป็นเชื้อเพลิงหลักในภาคขนส่งของไทย รวมทั้งแนวทางการพัฒนาพลังงานน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ภายในงานจะประกอบด้วยนิทรรศการในส่วนต่างๆ ได้แก่ นิทรรศการภายใต้แนวคิด “ดิน น้ำ ลม แสง พลังแห่งพระบารมี” ซึ่งจะนำเสนอการริเริ่มพัฒนาพลังงานทดแทนในด้านต่างๆ จากพระองค์ท่าน แนวคิดการใช้พลังงานอย่างพอเพียงและยั่งยืน รวมถึงความรู้ด้านอนุรักษ์พลังงาน และพลังงานทดแทน ในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่สำคัญอื่นๆ เช่น การประดิษฐ์ดอกไม้จันทร์ วันละ 500 ดอก เวทีเสวนาเทิดพระเกียรติจากผู้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระองค์ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านเศษฐกิจพอเพียง โดย พลเรือตรี ดร.สมัย ใจอินทร์ จากกรมอู่ทหารเรือ ดร.เกริก มีมุ่งกิจ และด้านดนตรีและกีฬา โดยศาตราจารย์ (พิเศษ)เจริญ วรรธนะสิน รองศาสตราจารย์ ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ และศิลปินรับเชิญที่มาร่วมงาน โดยการจัดนิทรรศการ “ภูมิพลังแห่งแผ่นดิน นวมินทร์กลางใจไทยนิรันดร์” จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9 – 16 ตุลาคม 2560 ณ ลานชั้นล่าง อาคาร C ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงพลังงาน โทร. 02 140 6286 หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ www.energy.go.th ที่มา :: https://th-th.facebook.com/ministryofenergy/photos/ms.c.eJw9zdsNwEAMAsGOIj84g~;tvLNI58e9oBY6o4BHhpiw9PkAZeQz4oCxucfIv1LfIBTYBp~;XCjHJHVfPSL4~;dF~;g~-.bps.a.1426275117441777.1073742010.275950142474286/1426275874108368/?type=3

อ่านต่อ...
Admin

ก.พลังงาน เดินหน้าแผนการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถสาธารณะ ตามแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) เปิดโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าที่ใช้น้ำมันและก๊าซแอลพีจี นำร่อง 100 คันแรก ในปี 2561 และทยอยเปลี่ยนให้ครบ 22,000 คันทั่วประเทศภายใน 5 ปีพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) มีเป้าหมายลดความเข้มการใช้พลังงานลงร้อยละ 30 ในปี 2579 เมื่อเทียบกับปี 2553 โดยในส่วนของการลดใช้น้ำมันในภาคขนส่ง ซึ่งเป็นภาคที่มีการใช้พลังงานสูงสุด กระทรวงพลังงานได้มีมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มทางเลือกการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าให้เกิดการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า 1.2 ล้านคันในปี 2579 โดยแผนการขับเคลื่อนภารกิจด้านพลังงานเพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า แบ่งการดำเนินงานเป็น 4 ระยะ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 1 (ปี 2559 – 2560) มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งด้านกฎหมาย การสนับสนุนการวิจัยเรื่องแบตเตอรี่ การเตรียมความพร้อมด้านสถานี Charging Station และสนับสนุนการนำร่องยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถสาธารณะ อาทิ รถขนส่งมวลชน ขสมก. และรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (eTukTuk) เป็นต้นดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในการดำเนินงาน “โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า” โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าที่ใช้น้ำมันและก๊าซแอลพีจี ให้เป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ภายใน 5 ปี เพื่อลดการใช้น้ำมันและลดการปล่อยมลพิษ โดยจะนำร่อง 100 คันแรกภายในปี 2561 และจะทยอยเปลี่ยนให้ครบ 22,000 คันทั่วประเทศภายใน 5 ปีการดำเนินโครงการนำร่องเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า 100 คันแรกแบ่งเป็น 2 ระยะคือ ระยะที่ 1 ระยะสาธิตเทคโนโลยี สนับสนุนกลุ่มรถตุ๊กตุ๊กประเภทรับจ้างจำนวน 10 คัน ผู้ขอรับการสนับสนุนจะต้องมีคุณสมบัติผ่านข้อกำหนดของโครงการฯ และจะได้รับการสนับสนุนในอัตราสูงสุด แต่ไม่เกินราคากลางของโครงการตามสเปกรถ สูงสุด 350,000 บาทต่อคัน ปัจจุบันได้ผู้เข้าร่วมโครงการครบ 10 คันแล้ว สำหรับระยะที่ 2 ระยะทดลองตลาด สนับสนุนผู้สนใจ ทั้งกลุ่มประเภทรถรับจ้างและประเภทส่วนบุคคล อาทิ รถที่ให้บริการในโรงแรมและคอนโดมีเนียม จำนวน 90 คัน โดยให้การสนับสนุนร้อยละ 85 แต่ไม่เกินราคากลางตามสเปกรถ สูงสุดประมาณ 300,000 บาทต่อคันกระทรวงพลังงาน ตั้งเป้าว่าการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าครบ 100 คัน จะเกิดผลประหยัดพลังงานรวม 0.1 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) และเมื่อรวมจนถึงสิ้นแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) ในปี 2579 จะประหยัดพลังงานได้ถึง 1.75 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) และหากเปลี่ยนเป็นรถตุ๊กตุ๊กเก่า 22,000 คัน เป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าทั้งหมด จะช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 20 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe)/ปี และที่สำคัญยังช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และช่วยผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศอีกด้วยโดยผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (eTukTuk) กลุ่มวิจัยเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน EnConLab มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โทรศัพท์. 0 2470 9604-8 ต่อ 1408

อ่านต่อ...