News
Admin

“ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีด้านถ่านหินมาเป็นเชื้อเพลิงในเชิงอุตสาหกรรมหรือผลิตกระแสไฟฟ้า ที่สามารถควบคุมและดูแลกระบวนการผลิตไม่ให้ส่งผลกระทบไปสู่ภายนอก หรือสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนานาชาติให้การรับรอง โดยปัจจุบันหลายประเทศใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลัก ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ที่มีการสัดส่วนการใช้ถ่านหินสูงถึง 25-50% และการใช้ถ่านหินเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าทั่วโลกมีสัดส่วนสูงถึง 40% รวมทั้งในบางประเทศที่มีแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา ก็ยังใช้ถ่านหินเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศด้วย ดังนั้นการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลเหมือนในอดีต เพราะทุกอย่างสามารถควบคุมได้ด้วยเทคโนโลยี ที่ทันสมัย”พลเอก อนันตพร กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้น รวมทั้งระบบ การบริหารจัดการที่มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นการขนถ่าย การเก็บรักษาถ่านหิน ต้องทำด้วยระบบปิดแบบครบวงจร นับว่าเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับให้กับชุมชนได้อย่างดี ซึ่งการมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ของกิจการถ่านหินของไทย (Thailand Coal Awards) ในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับหน่วยงานอื่นๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ และขยายเครือข่ายองค์กรที่ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ในอนาคตนายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้มีการแบ่งรางวัลเป็น 3 ประเภท โดยมีผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด 9 รางวัล ดังนี้ ประเภทการดำเนินการด้านถ่านหินเป็นเลิศ (Best Practice Category) ได้แก่ - Mae Moh Lignite Mine จากเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย - BLCP 2x 717MW Coal-fired Power Station จากบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ประเภทการมีส่วนร่วมต่อชุมชนและสังคม (Corporate Social Responsibility Catagery) ได้แก่ - The Environmental Collaboration for Sustainable Development in Mae Moh District จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย - TPIPL intend continuing commitment to CSR จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด(มหาชน) - Sustainable Social Participation of BLCP Coal Fired Power Plant จากบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด - Asia Green Energy : Green Society จากบริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด(มหาชน) ประเภทหัวข้อพิเศษ (Special Submission Category) ได้แก่ - Distribution Bunker Cleaning Equipment จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย - Specific energy consumption Improvement of kiln plant จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)

อ่านต่อ...
Admin

พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมผู้บริหารในสังกัดกระทรวงพลังงาน ได้มอบเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามโครงการ "ประชารัฐร่วมใจ ใต้ร่มพระบารมี จัดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีพล. อ. ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับมอบ        โดยยอดเงินบริจาคของกระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัด สูงถึง 42,187,494 บาท (สี่สิบสองล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยเก้าสิบสี่บาทถ้วน) ซึ่งยอดเงินดังกล่าว จะรวมกับยอดเงินของโครงการ ฯ จากรัฐบาลเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือพี่น้องภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ประสพภัยน้ำท่วมครั้งนี้

อ่านต่อ...
Admin

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างเจรจาขอซื้อไฟฟ้าจากประเทศกัมพูชาใน 2 แหล่ง ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำสตึงนัม 30 เมกะวัตต์ คิดเป็น 0.1% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ อัตราค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 10 บาท/หน่วย ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูง แต่ไทยจะได้ทั้งไฟฟ้าและน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ขณะเดียวกันยังมีการเจรจาซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเกาะกงด้วย ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดว่ามีความจำเป็นจะนำมาใช้ประโยชน์ในลักษณะใด คาดจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนออกมาภายในปลายปีนี้"ต้องดูว่าจะยอมรับราคาที่ทางการกัมพูชาเสนอมาได้หรือไม่ เพราะมีหลายฝ่ายกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟที่เรียกเก็บกับประชาชนอาจแพงขึ้นในอนาคตได้ ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาก่อนว่าคุ้มค่าหรือไม่ พล.อ.อนันตพร กล่าวอย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานยังไม่มีการทบทวนสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ในการผลิตและจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอรองรับความต้องการใช้ในประเทศในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี) ปี 2558-2579 โดยยังคงเป้าหมายที่ไทยต้องการลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าจาก 67% เหลือ 40% ขณะที่เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจาก 18% เป็น 40% และเพิ่มสัดส่วนการใช้ถ่านหินจาก 17% เป็น 20-25%แหล่งข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า สำหรับการซื้อไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่าปกติ ต้องพิจารณาว่าผลตอบแทนที่จะได้รับนั้นมีอะไรบ้าง แต่ขณะเดียวกันเชื่อว่าจะไม่กระทบผู้ประกอบการในอีอีซีมากนัก เนื่องจากอาจซื้อในอัตราที่เล็กน้อยเพียง 30 เมกะวัตต์ เท่านั้นนายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) กล่าวว่า ชธ.อยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณากฎหมายลูก 4 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.... และ พ.ร.บ. ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.... เพื่อรองรับการเปิดประมูลใน 2 แหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 2565-2566 ได้แก่ แหล่งเอราวัณและบงกช โดย ชธ.ได้ดำเนินการร่างประกาศหลักเกณฑ์ (ทีโออาร์) คาดว่าจะเห็นความชัดเจนต่างๆ ในเดือน ส.ค. นี้ หลังจากนั้นจะประกาศทีโออาร์ในเดือน ก.ย. นี้ และคาดว่าจะได้ ผู้ชนะประมูลภายในไตรมาสแรก ปี 2561นอกจากนี้ ชธ. ยังได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกกฎหมายลูกอีก 2 ฉบับที่เหลือ เพื่อรองรับการประมูลในรูปแบบสัญญาจ้างบริการ (เอสซี) โดยคาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาภายในเดือน ก.ย. นี้

อ่านต่อ...
Admin

เกษตรกรไทยยุคไหนๆยังต้องไหว้วอน “เทวดาช่วย” ให้โปรยฟ้าฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล...! แต่พอถึงช่วงแล้ง น้ำที่เก็บไว้ในบ่อถูกใช้หล่อเลี้ยงพืชสวนไร่นาจนหมด ต้องกลับมาอ้อนวอนให้ช่วยอีกครั้ง เป็นทุกข์ซ้ำกรรมซัดหมุนเวียนเกิดกับเกษตรกร นอกเหนือจากถูกพ่อค้าคนกลางเอารัดเอาเปรียบกดราคาพืชผลแต่แล้ววันนี้ฟ้าดลใจ กระทรวงพลังงาน จัดโครงการ “สูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง” เป็นนิมิตหมายใหม่หรือความหวังของเกษตรกร อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขาลืมตาอ้าปากไม่มากก็น้อยเปิดดำเนินการมาเมื่อปี 2559 ด้วยรูปแบบการใช้แผงโซลาร์เซลล์ช่วยผลิต “พลังงานแสงอาทิตย์” ในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง 58 จังหวัดถัวเฉลี่ยทั่วประเทศตัวเลขกลมๆอยู่ที่ 900 แห่ง ทำไปแล้ว 800 แห่งล่าสุด จ.นครราชสีมา พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน พร้อมด้วย นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดนำร่องพื้นที่โคราชใช้กับระบบประปาหมู่บ้านมอดินแดง หมู่ที่ 6 ต.หนองหญ้าขาว อ.สีคิ้วนายสุรินทร์ แสงไทยทวีพร พลังงาน จ.นครราชสีมา เผยว่าโคราช ตั้งเป้าติดตั้งช่วยเหลือด้านการเกษตร 49 แห่ง และประปาหมู่บ้าน 3 แห่ง โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ต่อเข้ากับเครื่องสูบน้ำของถังน้ำซึ่งทำไว้บนที่สูงเมื่อน้ำในถังถูกจ่ายเข้าสู่ครัวเรือนหรือพื้นที่การเกษตร จึงช่วยลดการใช้ไฟฟ้ากับเครื่องสูบน้ำ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตน้ำประปาหมู่บ้านลดลงไปโดยปริยาย หากไปถึงจุดนั้นผู้บริหารจัดการสามารถลดค่าน้ำประปาได้ในที่สุดสำหรับพื้นที่การเกษตร เฉพาะ อ.สีคิ้ว จะได้รับประโยชน์ 40,600ไร่ ช่วยเหลือเกษตรกรได้ไม่ต่ำกว่า 410 ราย ในขณะที่โครงการนี้ตั้งเป้าช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศที่ 4 แสนไร่ และเกษตรกรไม่น้อยกว่า 9,000 รายเป็นการทำงานของกระทรวงพลังงานที่ตั้งธงช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งให้เกษตรกร และเพื่อลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันและไฟฟ้า หรือถ้าโชคดีอาจไม่ต้องใช้เลย

อ่านต่อ...
Admin

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ในงานพิธีมอบรางวัล Thailand Coal Awards ครั้งที่ 3 ว่า ภายในเดือนสิงหาคมนี้ คาดว่ากฎหมายลูก 3 ฉบับที่ว่าด้วยระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC) เพื่อรองรับ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมและภาษีเงินได้ปิโตรเลียมพ.ศ. 2560 จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ และภายในเดือนกันยายนก็จะสามารถเปิดประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกชที่จะสิ้นสุดอายุสัมปทานปี 2565-66 ตามกรอบที่วางไว้ทั้งนี้ส่วนกรณีการเจรจาซื้อไฟฟ้าจากประเทศกัมพูชา 2โครงการได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเกาะกง กำลัง 1,700-2,000 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำสตึงมนัม 30 เมกะวัตต์นั้นยังอยู่ระหว่างการเจรจาซึ่งจะพยายามเร่งสรุปให้ได้ภายในสิ้นปีนี้โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าสตึงมนัม อย่างไรก็ตามราคาค่าไฟที่มีการเสนอมาอยู่ระดับ 10.75 บาทต่อหน่วยนั้นก็ยังไม่เป็นที่ยุติแต่สตึงมนัมการซื้อไฟคิดเป็นปริมาณแค่0.1% เมื่อเทียบกับการใช้ทั้งประเทศโจำเป็นต้องพิจารณาในหลายมิติไม่ใช่เพียงแง่ไฟฟ้า เพราะส่วนหนึ่งจะมีการผันน้ำมาใช้ยังพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า แนวโน้มการเปิดประมูลแหล่งก๊าซฯ เอราวัณและบงกชคาดว่าจะใช้ระบบ PSC แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่ ครม.จะเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจที่จะเข้าร่วมประมูลทั้งรายเก่าและใหม่ โดยเฉพาะรายใหม่ทั้งจากจีน และตะวันออกกลางที่สนใจ เช่น คูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรต“ขณะนี้กฎหมายลูกที่จะรองรับ 4 ฉบับ คือว่าด้วยระบบ PSC 3ฉบับ และอีกส่วนว่าด้วยร่างเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ประมูล หรือ TORคิดว่าจะผ่าน ครม.ภายใน ก.ย.นี้ ส่วนระบบสัญญาจ้างบริการ หรือ SC กำลังรับฟังความเห็นก็คงจะพยายามให้เสร็จในเดือน ส.ค.และ ก.ย.นี้ส่วนบรรษัทพลังงานแห่งชาติก็ต้องศึกษา แต่เบื้องต้นจะให้หน่วยงานสังกัดของกรมฯ ทำหน้าที่กำกับดูแลได้ ซึ่ง PSC จะทำให้รัฐดูแลระบบปิโตรเลียมได้เข้มงวดกว่า” นายวีระศักดิ์กล่าว

อ่านต่อ...
Admin

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้จัดพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ของกิจการถ่านหินของไทย (Thailand Coal Awards) ครั้งที่ 3 ให้กับองค์กรที่เป็นเลิศในด้านต่าง ๆ โดยเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพลังงานในด้านการบริหารจัดการของผู้ประกอบการถ่านหินตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเหมืองถ่านหิน การใช้ถ่านหินในอุตสาหกรรม และผลิตกระแสไฟฟ้า ให้เกิดประสิทธิภาพ ไม่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับประชาชน และชุมชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้เกิดความเข้าใจในประโยชน์ของการใช้ถ่านหิน ที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเพื่อการควบคุม และดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้จัดพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ของกิจการถ่านหินของไทย (Thailand Coal Awards) ครั้งที่ 3 ให้กับองค์กรที่เป็นเลิศในด้านต่าง ๆ โดยเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงพลังงานในด้านการบริหารจัดการของผู้ประกอบการถ่านหินตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเหมืองถ่านหิน การใช้ถ่านหินในอุตสาหกรรม และผลิตกระแสไฟฟ้า ให้เกิดประสิทธิภาพ ไม่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับประชาชน และชุมชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้เกิดความเข้าใจในประโยชน์ของการใช้ถ่านหิน ที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเพื่อการควบคุม และดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพพลเอก อนันตพร กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้น รวมทั้งระบบ การบริหารจัดการที่มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นการขนถ่าย การเก็บรักษาถ่านหิน ต้องทำด้วยระบบปิดแบบครบวงจร นับว่าเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับให้กับชุมชนได้อย่างดี ซึ่งการมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ของกิจการถ่านหินของไทย (Thailand Coal Awards) ในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับหน่วยงานอื่นๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ และขยายเครือข่ายองค์กรที่ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ในอนาคตนายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้มีการแบ่งรางวัลเป็น 3 ประเภท โดยมีผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด 9 รางวัล ดังนี้ ประเภทการดำเนินการด้านถ่านหินเป็นเลิศ (Best Practice Category) ได้แก่1. Mae Moh Lignite Mine จากเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 2.BLCP 2x 717MW Coal-fired Power Station จากบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด 3.SKIC Closed-Sytem Coal Operation for Sustainable Development (Ban Pong Dome Coal Storage) จากบริษัท สยามคราฟอุตสาหกรรม จำกัดประเภทการมีส่วนร่วมต่อชุมชนและสังคม (Corporate Social Responsibility Catagery) ได้แก่1.The Environmental Collaboration for Sustainable Development in Mae Moh District จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย2. TPIPL intend continuing commitment to CSR จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด(มหาชน)3. Sustainable Social Participation of BLCP Coal Fired Power Plant จากบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด4.Asia Green Energy : Green Society จากบริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด(มหาชน)

อ่านต่อ...