News
Admin

ปลัดกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และสงขลา เดินหน้าเยี่ยมชมโครงการด้านพลังงานทดแทนในพื้นที่ ยันส่งเสริมการใช้ก๊าซชีวภาพรูปแบบไบโอมีเทนอัด (CBG) ในภาคขนส่ง ขยายผลการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียสหกรณ์สวนยาง ขับเคลื่อนโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก พร้อมติดตามการพัฒนาปิโตรเลียมในพื้นที่เสริมความมั่นคงพลังงานนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงานพลังงาน เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 27 -28 พฤศจิกายน 2560 กระทรวงพลังงานได้มีภารกิจลงพื้นที่ใน 2 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเยี่ยมชมและติดตาม ความคืบหน้าการดำเนินโครงการด้านพลังงานทดแทนในหลายเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นการสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา รวมทั้งเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ภาพรวมการเยี่ยมชมโครงการต่างๆ มีรายละเอียดที่สำคัญๆ ได้แก่โครงการส่งเสริมการผลิตไบโอมีเทนแบบอัด (Compressed Bio-Methane Gas) หรือ CBG บริษัท เกษตรลุ่มน้ำ จำกัด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อลงทุนในระบบปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพ และระบบบรรจุก๊าซ CBG โดยปัจจุบัน มีปริมาณน้ำเสียจากโรงงาน ที่สามารถผลิตก๊าซ CBG ได้ประมาณ 3 ตันต่อวัน และได้นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในรถบรรทุกของบริษัท เพื่อขนส่งน้ำมันปาล์มดิบไปส่งจังหวัดชุมพรและจังหวัดชลบุรี รวมทั้งมีการขนส่งสินค้าทั่วไป เช่น แผ่นพื้นคอนกรีต เป็นต้น ซึ่งช่วยให้ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงถึง 14.27 ล้านบาทต่อปีโดยแนวทางการส่งเสริมการใช้ CBG ดังกล่าว กระทรวงพลังงานได้มีเป้าหมายตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ให้เกิดการใช้ CBG ที่มีประสิทธิภาพ ประมาณ 4,800 ตันต่อวัน ในปี 2579 เพื่อลดการใช้น้ำมันเบนซิน ดีเซล และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV) ที่มีข้อจำกัดในหลายพื้นที่ซึ่งไกลจากสถานีแม่หรือแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งการผลิต CBG ดังกล่าวจากน้ำเสีย/ของเสีย จากโรงงาน ประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะผลิต CBG เพื่อใช้ในภาคขนส่ง เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมอีกด้วยทั้งนี้ โครงการส่งเสริมการผลิตไบโอมีเทนอัด (CBG) ของบริษัท เกษตรลุ่มน้ำ จำกัด ยังเป็นความร่วมมือด้านเทคโนโลยีของเอกชนไทย-ญี่ปุ่นด้วย โดยบริษัท เกษตรลุ่มน้ำ จำกัด ได้ร่วมมือกับ บริษัท โอซาก้าแก๊ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแก๊สขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่น ในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบก๊าซชีวภาพเป็นก๊าซ CBG ได้เป็นผลสำเร็จ จนสามารถเปิดเป็นสถานีบริการก๊าซ CBG แห่งแรกของภาคใต้และได้ตรวจติดตามโครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียกระบวนการผลิตยางแผ่นรมควันทอนไม้ไผ่ จากสหกรณ์กองทุนสวนยาง บ้านทอนไม้ไผ่ จำกัด จ.สงขลา ซึ่งเป็นสหกรณ์ ฯ นำร่องของโครงการส่งเสริมสาธิตการผลิตก๊าซชีวภาพในสหกรณ์กองทุนสวนยาง ระยะที่ 1 จากการส่งเสริมของกองทุนอนุรักษ์พลังงาน โดยมีระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสีย ขนาด 521 ลูกบาศก์เมตร (กว้าง 15 เมตร ยาว 21 เมตร ลึก 3.5เมตร) ซึ่งสหกรณ์ ฯ ได้นำก๊าซชีวภาพไปใช้ประโยชน์ในการรมยางร่วมกับไม้ฟืน ทำให้ลดการใช้ไม้ฟืนได้เฉลี่ยร้อยละ 30 โดยทดแทนไม้ฟืนได้ 203.86 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าที่ประหยัดได้ 132,510 บาทต่อปี และก๊าซชีวภาพบางส่วนย้ำสามารถนำไปใช้ทดแทนก๊าซหุงต้ม(LPG) ในการประกอบอาหารของคนงานในสหกรณ์ฯ รวมทั้งในภาพรวมยังช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ 127.2 ตันต่อปีปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเพิ่มว่า นอกจากการติดตามความคืบหน้าในโครงการด้านพลังงานทดแทนในพื้นที่ภาคใต้แล้ว กระทรวงพลังงาน ยังได้เข้าเยี่ยมฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัทย่อยของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมดังกล่าวทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานโครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของโครงการบงกช โครงการอาทิตย์ โครงการพื้นที่ร่วมไทยมาเลเซีย รวมถึงโครงการอื่นๆ ในอ่าวไทย โดยเป็นท่าเรือรับส่งสินค้าและพัสดุอุปกรณ์ และให้บริการสนับสนุนการดำเนินงานแบบครบวงจร ได้มาตรฐานของฐานสนับสนุนการปฏิบัติการนอกชายฝั่ง และมีระบบจัดการตามระบบสากลที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของเรือและท่าเรือระหว่างประเทศ โดยมีท่าเทียบเรือความยาว 380 เมตร สามารถรองรับเรือขนาดมากกว่า 500 ตันกรอสได้จำนวน 6 ลำพร้อมกัน ซึ่งถือว่ามีความพร้อมในการบริการและสนับสนุนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศไทยในระยะยาวต่อไปที่มา http://www.acnews.net/detailnews.php?news_id=N256021216

อ่านต่อ...
Admin

พลเอกอนันพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงานมอบรางวัลและจัดแสดงนิทรรศการ กิจกรรมประกวดวาดภาพเทิดพระเกียรติด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ปีที่5 ในหัวข้อ "มีพลังงาน มีความสุข" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ด้านพลังงานผ่านทางศิลปะภาพวาด โดยมี นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ให้เกียรติมอบรางวัล ในประเภทมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. รวมทั้งสิ้น 64 รางวัล พร้อมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานภาพวาด ของผู้ที่ได้รับรางวัล ระหว่างวันที่ 6 - 8 พฤศจิกายน 2560 ณ บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 7 ศูนย์การค้า เซ็นทรัล พลาซา แกรนด์ พระราม 9

อ่านต่อ...
Admin

วันนี้ (27 ต.ค.2560) นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน (ปพน.) เยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายภารกิจของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยนายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ในการนี้ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้บรรยายเกี่ยวกับภารกิจของ ชธ. โดย ปพน.ได้มอบนโยบายการดำเนินงานแก่ ชธ. ที่ควรให้ความสำคัญกับภารกิจเร่งด่วนและจำเป็น ที่หน่วยงานต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในระยะเวลาอันใกล้ โดยเฉพาะการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารสัมปทานสิ้นสุด ซึ่งควรจะกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน และเร่งรัดให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อทุกภาคส่วนของสังคม รวมทั้งให้ความสำคัญกับการดำเนินการเกี่ยวการชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานของ ชธ. เป็นไปอย่างคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านต่อ...
Admin

นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมพิธีสักการะพระพรหมทั้ง 4 ทิศ ณ บริเวณศาลพระพรหม ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน

อ่านต่อ...
Admin

รายงานบรรยากาศการอำลาเกษียณอายุของนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ที่จะส่ง “ไม้ต่อ” ให้กับนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ โดยงานเร่งด่วนด้านพลังงานที่นายธรรมยศ จะต้องสานต่อ คือ เปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดอายุในปี 2465-2566 คือ แหล่งบงกชและเอราวัณโดยนายธรรมยศกล่าวว่า ในช่วงที่นายอารีพงศ์อยู่ในตำแหน่งได้วางรากฐานการดูแลพลังงานแบบบูรณาการ มีการเชื่อมโยงแผนพลังงานสำคัญๆ ต่างๆ เช่น แผนน้ำมัน แผนก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ สำหรับการเปิดประมูลแหล่งบงกช และเอราวัณ นั้น คาดว่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะดำเนินการประกาศเงื่อนไขการประมูล (TOR) ภายในปลายเดือนตุลาคมหรือต้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องด้านปิโตรเลียม ส่วนจะสามารถประกาศผลประมูลได้ภายในเดือนเมษายนปี 2561 ได้หรือไม่ จะต้องรอดูสถานการณ์และปัจจัยต่างๆ รอบด้านก่อนทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจัดทำหนังสือ “ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ข้าราชการมืออาชีพ จากคลังถึงพลังงาน” เพื่อเป็นที่ระลึกอีกด้วยที่มา https://www.prachachat.net/economy/news-47539

อ่านต่อ...
Admin

ปัจจุบันขีดความสามารถในการบริหารจัดการขยะในศูนย์บริหารจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรสามารถผลิตเป็นเชื้อเพลิง RDF ได้ประมาณ 500 ตันต่อวัน โดยเป็นการคัดแยกทั้งขยะเก่า 1,000 ตันต่อวัน เพื่อป้อนเชื้อเพลิง RDF เข้าสู่โรงไฟฟ้าที่มีขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกกะวัตต์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) และได้รับการสนับสนุนรับซื้อ ไฟฟ้าจากขยะชุมชนอัตราพิเศษในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ตามสัญญาซื้อ-ขายไฟฟ้า 20 ปีที่ได้เริ่ม เดินเครื่องและสามารถขายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ให้กับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า "ศูนย์ฯ มีการรวบรวมขยะชุมชนในพื้นที่ เพื่อนำมาสู่การคัดแยกขยะมูลฝอยประเภทต่างๆ นำไปสู่การรีไซเคิล และส่วนหนึ่งนำมาผ่านกระบวนการแปรรูปและจัดการต่างๆ เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพและคุณสมบัติทางเคมีให้กลายเป็นเชื้อเพลิงขยะหรือ RDF มาผลิตไฟฟ้า ซึ่งแนวทางการบริหารจัดการขยะ นับเป็นนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นเพื่อลดปัญหาปริมาณขยะ และปัญหาการจัดหาพื้นที่ฝังกลบ โดยควบคุมและบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นวิธีการอย่างหนึ่งในการแก้ไข ปัญหาขยะได้เป็นอย่างดี" นายอารีพงศ์กล่าว

อ่านต่อ...