News
Admin

“กบง." เคาะซื้อไฟฟ้ารายภูมิภาคสำหรับ SPP Hybrid Firm300 เมกะวัตต์ ระบุภาคใต้สูงสุด 100 เมกะวัตต์เปิดให้ยื่นข้อเสนอได้ต.ค.นี้ ขณะที่พร้อมเลื่อน SCOD จากสิ้นปี 2563เป็นสิ้นปี 2564 นายทวารัฐ สูตะบุตรผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงานเปิดเผยภายหลังการประชุม กบง. ซึ่งมี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ว่า กบง.ได้เห็นชอบปริมาณการรับซื้อไฟฟ้ารายภูมิภาคตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่สำหรับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiTสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก แบบ SPP Hybrid Firm จากเป้าหมายการรับซื้อ300 เมกะวัตต์ และขยายระยะเวลากำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์(SCOD) ของโครงการ SPP Hybrid Firm จากเดิมภายในปี 2563 เป็นภายใน 31ธ.ค. 2564 “สาเหตุที่เลื่อน SCODเพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับระยะเวลาในการดำเนินงานจริงเนื่องจากโครงการ SPP Hybrid Firmเข้าข่ายที่จะต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการดำเนินการ " สำหรับปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าตามรายภูมิภาคมีดังนี้ภาคกลาง 20 เมกะวัตต์(MW) กรุงเทพและปริมณฑล 15 MW ภาคตะวันออก 20 MWภาคใต้ 100 MW ภาคตะวันตก 20 MW ภาคเหนือ 65 MW ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ60 MW รวม 300 MW โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)ยังได้รายงานขั้นตอนการดำเนินงานโดยจะเปิดให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเปิดให้ตรวจเช็คจุดเชื่อมโยงระบบระหว่าง 7-21 ส.ค.60เดือนก.ย.ซักซ้อมความเข้าใจและเปิดให้ยื่นข้อเสนได้ภายในต.ค.60ประกาศรายชื่อได้ภายในธ.ค.60 ซึ่งทั้งหมดจะใช้ระบบ Bidding แต่กำหนด FiTราคากลางไว้ที่ 3.66 บาทต่อหน่วย

อ่านต่อ...
Admin

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ซึ่งมีพล.อ.อนันตรพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานว่า ที่ประชุม กบง. ได้พิจารณาโครงสร้างราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) อ้างอิงสำหรับเดือนสิงหาคม 2560 โดยมีมติคงราคาอ้างอิงไว้ที่ 20.49 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) แม้ราคาแอลพีจีตลาดโลก(ซีพี) เดือนสิงหาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 85 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน มาอยู่ที่ระดับ 440 เหรียญสหรัฐฯต่อตันโดยกบง.ได้ใช้วิธีนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบัญชีแอลพีจีที่อยู่ 6,367 ล้านบาท มาชดเชยเพิ่ม 2.6352 บาทต่อกก. จากปัจจุบันชดเชยอยู่ที่ 0.1207 บาทต่อกก. รวมเป็นชดเชยทั้งสิ้น 2.7559 บาทต่อกก. ซึ่งผลจากการชดเชยดังกล่าวทำให้กองทุนบัญชีแอลพีจีมีภาระเงินไหลออกสุทธิ 511 ล้านบาทต่อเดือน“แม้ปัจจุบันจะลอยตัวราคาแอลพีจีแล้ว แต่เนื่องจากสถานการณ์ราคาแอลพีจียังผันผวน รัฐบาลจึงใช้กลไกกองทุนเข้าสนับสนุน หากเดือนกันยายน 2560 ตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นก็ต้องดูว่ากบง.จะต้องใช้กองทุนอุดหนุนหรือไม่ แต่ซึ่งว่าแนวโน้มราคาจะขาลงเพราะเป็นฤดูร้อน และมีแนวโน้มขึ้นช่วงปลายปี” นายทวารัฐกล่าว

อ่านต่อ...
Admin

นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พพ.ได้เปิดประกาศหลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการสมัครเข้าร่วมโครงส่งเสริมการผลิตไบโอมีเทนอัด(CBG) รอบที่ 2 ซึ่งผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถขอรับใบสมัครได้จากพพ. หรือทางเว็บไซต์ www.dede.go.th โดยยื่นข้อเสนอขอรับการสนับสนุนได้ตั้งแต่ 15 พ.ค.-31 ก.ค. 2560 ซึ่งพพ.จะดำเนินการพิจารณาข้อเสนอเรียงลำดับตามวันและเวลาที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นซองข้อเสนอต่อพพ.โดยจะทำการพิจารณาสัปดาห์แรกของเดือนถัดไปหรือจนกว่าจะครบตามเป้าหมายงบประมาณสนับสนุน ทั้งนี้คุณสมบัติที่สำคัญในการเข้าร่วมโครงการคือจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีระบบผลิตก๊าซชีวภาพอยู่แล้วหรือกำลังแล้วเสร็จ หรือมีกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพที่เพียงพอต่อการผลิต CBG อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ตันต่อวัน หรือสามารถทำสัญญาซื้อขายก๊าซชีวภาพกับผู้ประกอบการที่มีระบบผลิตก๊าซชีวภาพอยู่แล้วได้อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยวงเงินสนับสนุนติดตั้งระบบปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพและบรรจุ CBG รอบที่ 2 ไม่เกิน 66ล้านบาทถ้วน มี 3 อัตราแบ่งตามขนาดระบบไบโอมีเทนอัด (CBG)  

อ่านต่อ...
Admin

นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ภายในเดือนส.ค.นี้ กรมฯจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั่วประเทศ ภายใต้ 3 ระบบ คือ ระบบสัญญาสัมปทาน ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ระบบสัญญาจ้างบริการ (เอสซี) รวมถึงพิจารณาร่างกฎกระทรวงทั้ง 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) เพื่อรองรับการเปิดประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมหมดอายุในปี 2565-2666 คือแหล่งเอราวัณและบงกช พร้อมหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเปิดประมูล(ทีโออาร์)เปิดประมูล 2 แหล่งปิโตรเลียมหมดอายุด้วยโดยหากได้รับการอนุมัติ คาดว่า ภายในเดือน ก.ย.นี้ จะสามารถเปิดขายทีโออาร์ได้ และเข้าสู่กระบวนการประมูลซึ่งจะใช้เวลา 6-7 เดือน หรือภายในไตรมาสแรกของปี 2561 จะได้รายชื่อผู้ชนะการประมูลทั้ง 2 แหล่ง ส่วนร่างกฎกระทรวงอีก 2 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสัญญาจ้างบริการ(เอสซี) คาดว่าจะนำเสนอครม.ได้ในเดือนก.ย.นี้ทั้งนี้ การเปิดประมูลแหล่งเอราวัณและบงกช มีแนวโน้ม90%ที่จะใช้ระบบพีเอสซี เพราะที่ผ่ามมามีการปรับแก้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปีงิโครเลียม พ.ศ.2560 เพื่อเพิ่มรูปแบบเปิดประมูลตามข้อเรียกร้องของภาคประชาชนที่ต้องการให้รัฐเพิ่มบทบาทกำกับดูแลมากขึ้น แต่การเปิดประมูลจริงจะใช้รูปแบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับครม.จะเป็นผู้พิจารณา

อ่านต่อ...
Admin

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันนี้ 3 จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบแนวทางการลอยตัวราคาก๊าชปิโตรเลียมเหลว หรือ แอลพีจีทั้งระบบ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 โดยยืนยันจะไม่ส่งผลกระทบกับผู้บริโภค เพราะเป็นการปรับราคาให้สอดคล้องกับกลไกตลาดเช่นเดียวกับราคาน้ำมัน และจะไม่ทำให้ปริมาณการใช้แอลพีจีในทุกภาคส่วนปรับลดลง โดยปัจจุบัน การใช้แอลพีจีในภาคขนส่ง อยู่ที่ 130,000 ตันต่อเดือน ภาคครัวเรือน 150,000-170,000 ตันต่อเดือน และภาคอุตสาหกรรม 7,000 ตันต่อเดือนนอกจากนี้ กพช. จะพิจารณาแนวทางการปลดล็อคมติคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เดิม ที่เคยกำหนดค่าใช้จ่ายคลังก๊าซแอลพีจีและท่อก๊าซของบริษัท ปตท. ที่คลังเขาบ่อยา จ.ชลบุรี เพื่อเปิดทางให้ผู้ค้าแอลพีจีรายอื่น สามารถเข้าใช้คลังแอลพีจีของ ปตท. ได้ รองรับการเปิดเสรีนำเข้าและส่งออกแอลพีจี ก่อนเสนอ ครม.พิจารณาพร้อมประกาศเงื่อนไขการใช้คลังก๊าซแอลพีจีของ ปตท. อย่างเป็นทางการ ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าส่วนแนวโน้มราคาแอลพีจีในตลาดโลกช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบัน โดยราคาประกาศ ณ เดือนกรกฎาคม 2560 อยู่ที่ 355 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพราะปริมาณความต้องการใช้ในตลาดโลกขณะนี้ยังไม่สูงมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงฤดูหนาว อาจทำให้ราคาในช่วงนั้นปรับสูงขึ้นบ้าง ส่งผลให้ราคาแอลพีจีในประเทศไม่รวมค่าการตลาดช่วงครึ่งปีหลัง จะเฉลี่ยอยู่ที่ 20.49 บาทต่อกิโลกรัมอย่างไรก็ตาม หากราคาแอลพีจีตลาดโลกปรับสูงขึ้นผิดปกติ กรมธุรกิจพลังงาน ก็มีมาตรการดูแล ด้วยการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง บัญชีแอลพีจีเข้าไปดูแล ซึ่ง ณ วันที่ 2 กรกฎาคม กองทุนน้ำมันฯ อยู่ที่ 39,669 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชี 6,448 ล้านบาท และบัญชีน้ำมันสำเร็จรูป 33,221 ล้านบาทปัจจุบัน ประเทศไทยนำเข้าแอลพีจี ประมาณ 30,000-40,000 ตันต่อเดือน โดยช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน) ปริมาณการใช้แอลพีจี อยู่ที่ 3,007 ล้านกิโลกรัม

อ่านต่อ...
Admin

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงช่วงครึ่งแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.2560) เฉลี่ยที่ 150 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 145 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีทิศทางขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการที่ภาครัฐอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะส่งผลให้การใช้น้ำมันทั้งปีนี้ เติบโต 3% จากปี 2559 ที่ยอดการใช้น้ำมันอยู่ที่ 185 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ใกล้เคียงกับประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ ที่คาดว่า จะขยายตัว 3.2%สำหรับการใช้น้ำมันช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ พบว่า การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.3% อยู่ที่ 29.8 ล้านลิตรต่อวัน กลุ่มแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้น 4.8% อยู่ที่ 28.6 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งแก๊สโซฮอล์อี 85 เพิ่มขึ้นมากที่สุด 22.6% คิดเป็น 1 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากมีรถยนต์ผลิตใหม่ที่รองรับแก๊สโซฮอล์อี 85 เข้าสู่ท้องตลาดมากขึ้น รองลงมาเป็นแก๊สโซฮอล์ 95 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ 11.2% คิดเป็น 11.6 ล้านลิตร่อวัน เพราะราคาที่ปรับตัวใกล้เคียงกับแก๊สโซฮอล์ 91 ทำให้ประชาชนเลือกใช้น้ำมันชนิดที่มีค่าออกเทนสูงกว่า และแก๊สโซฮอล์อี 20 เพิ่มขึ้น 7.8% คิดเป็น 5.1 ล้านลิตรต่อวันส่วนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเพิ่มขึ้น 2.3% เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65.4 ล้านลิตรต่อวัน แม้ราคาขายปลีกจะปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2559 แต่ปริมาณการใช้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและปริมาณรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงมีปริมาณเพิ่มขึ้น 4% สอดคล้องกับการนำเข้าเชื้อเพลิงในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ที่พบว่ามีปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบเฉลี่ย 6 เดือนอยู่ที่ 868 พันบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 4.2% คิดเป็นมูลค่า 50,481 ล้านบาทต่อเดือน

อ่านต่อ...