News
Admin

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "ปีใหม่ ข้าวใหม่… อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา" โดยมีนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีเปิดโครงการฯ ณ สถานีบริการน้ำมันปตท.บจก.หลักเมืองถาวรพาณิชย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี นายศิริ เปิดเผยว่า โครงการ "ปีใหม่ ข้าวใหม่…อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา" เป็นโครงการที่กระทรวงพลังงาน โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นเพื่อมอบข้าวใหม่ 1 ถุง ขนาดบรรจุ 500 กรัม เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากจะเป็นการมอบความสุขให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนข้าวจากชาวนาไทยอีกด้วย ซึ่งคาดว่าการแจกข้าว 1 ล้านกิโลกรัมหรือประมาณ 2 ล้านถุง จะช่วยเกษตรกรชาวนาไทยให้มีรายได้และมีช่องทางกระจายข้าวให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ด้านนายเทวินทร์ กล่าวว่า ปตท. จะมอบข้าวใหม่ให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 1,500 แห่งทั่วประเทศในโครงการ “ปีใหม่ ข้าวใหม่…อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา” โดยข้าวที่นำมาแจกในโครงการนี้เป็นข้าวที่ ปตท. จัดซื้อมาจากเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรโดยตรง ซึ่งแต่ละสถานีบริการจะรับซื้อข้าวจากเกษตรกรสถานีละ 650 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละประมาณ 35 บาทซึ่งนอกจากการมอบข้าวใหม่เป็นของขวัญปีใหม่แล้ว ปตท. ยังเปิดพื้นที่ภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้เกษตรกรชาวนาทั่วประเทศมาจำหน่ายข้าวสารส่งตรงถึงมือผู้บริโภคในช่วงปีใหม่นี้อีกด้วย "ปตท. ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรชาวนาไทย ให้มีช่องทางการจำหน่ายข้าว มีรายได้ และมีองค์ความรู้ด้านการจัดการสินค้า อีกทั้ง ยังมีส่วนในการสืบสานประเพณี วัฒนธรรม “ข้าว” ซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยมาช้านาน นอกจากนี้ ปตท. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมทำความดี เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และมุ่งมั่นที่จะร่วมดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศตลอดไป" นายเทวินทร์ กล่าว ที่มา :: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/786249

อ่านต่อ...
Admin

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ร่วมกับมูลนิธิอาคารเขียวไทย ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เตรียมจัดงานสัมมนา สรุปผลการดำเนินงานโครงการสนับสนุนการออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities-Clean Energy) และฟังปาฐกถาพิเศษ "ก้าวต่อไปของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย" โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขึ้นเวทีกล่าวปาฐกถาพิเศษในประเด็น "ก้าวต่อไปของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างเมืองอัจฉริยะ" ในวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09:30 – 16:00 น. ณ ห้องบอลรูม 3 โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเมืองของชุมชน สู่เมืองอัจฉริยะ มุ่งสู่การเป็น Clean Energy และ Green City โดยภายในงานจะได้พบกับเมืองที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบภายใต้โครงการสนับสนุน การออกแบบเมืองอัจฉริยะ Smart Cities-Clean Energyที่มา http://www.ryt9.com/si/prg/2741297

อ่านต่อ...
Admin

ภายใต้โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรมแบบบูรณาการ ตามสโลแกน "4 แลก 4 Energy Point" เพื่อส่งเสริมและจูงใจให้ผู้ประกอบการหรือโรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เริ่มดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานง่ายๆได้ด้วยตนเองโดยจะได้รับ Energy Point ก็ต่อเมื่อดำเนินการดัง 4 ข้อต่อไปนี้1.การประกาศนโยบายด้านพลังงาน2.การแต่งตั้งผู้ประสานงาน (Energy Man) ดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานในองค์กร3.วางแผนการอนุรักษ์พลังงานเบื้องต้นภายในองค์กร4.ทบทวนแผนการอนุรักษ์พลังงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อพร้อมนำไปปฏิบัติเมื่อมีคะแนนแล้วสามารถนำคะแนน Energy Point ไปแลกรับสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ 4 ข้อ ดังนี้1.การอบรมให้ความรู้2.การศึกษาดูงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน3.การให้คำแนะนำแนวทางการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานโดยผู้เชี่ยวชาญ4.เงินทุนสนับสนุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานอีกทั้งวันนี้ยังมีพิธีมอบรางวัล The Best Energy Man 18 กลุ่มจังหวัดและกรุงเทพฯ โดย ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู (ประธานเปิดงาน) ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงานด้วยดร.วีรพัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาหลักส่วนใหญ่คือ "การเริ่มต้น" ที่จะหันมาให้ความสำคัญและดำเนินการในเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน ทำให้ผู้ประกอบการ SME ที่ยังไม่ปรับตัวหันมาดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน อาจมีต้นทุนด้านพลังงานสูงกว่าคู่แข่งทางธุรกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจลดลง ด้วยเหตุนี้ กองทุนอนุรักษ์พลังงาน ได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงสนับสนุนให้โครงการนี้เกิดขึ้นด้านนายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เนื่องจากการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายในประเทศยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคขนส่งและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ที่มีสัดส่วนการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายสูงถึงร้อยละ 36.88 (ข้อมูลปี 2559) ซึ่งจากการสำรวจสภาพปัญหา พบว่า ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มีสภาพความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงาน น้อยการผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น ขาดความรู้ เงินทุน การดำเนินงานอย่างเป็นระบบ รวมถึงยังไม่ให้ความสำคัญและจริงจังมากนัก โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศดร.วีรพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า งานสัมมนาครั้งนี้ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่โครงการที่กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง (เริ่มโครงการเมื่อ 1 ต.ค. 60 ไปจนระยะเวลาสิ้นโครงการ 1 ปีครึ่ง) และถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมในเฟสแรกนี้ถึง 599 แห่ง จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สามารถประหยัดพลังงานได้รวมกว่า 5.8 ktoe ต่อปี หรือเทียบเป็นเงินกว่า 125 ล้านบาทต่อปี สนับสนุนเงินทุนให้ผู้ประกอบการดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานไปกว่า 25 ล้านบาท และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนเป็นอย่างดี เพื่อร่วมกันอนุรักษ์พลังงานและลดการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.

อ่านต่อ...
Admin

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประเมินการจัดงานประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรีพลังงานเอเชียครั้งที่ 7 หรือ AMER 7 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพว่า งาน AMER 7 Global Energy Markets in Transition: From Vision to Action ประสบความสำเร็จ ทั้งด้านจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมและเนื้อหาในการประชุม โดยผู้เข้าร่วมประชุมมีทั้งระดับรัฐมนตรีและผู้แทน จาก 24 ประเทศ ผู้นำองค์กร ระหว่างประเทศ อีก 21 องค์กร นับเป็นจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากที่สุดตั้งแต่มีการจัดงาน ขึ้นมา สำหรับเนื้อหาในการประชุมมี 3 ด้านด้วยกันคือ ตลาดน้ำมันโลก ที่ขณะนี้ถึงยุคของการสร้างความสมดุล ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคน้ำมัน ตลาดก๊าซธรรมชาติซึ่งต่อไปจะเป็นยุคทองของก๊าซธรรมชาติแน่นนอน และ เรื่องของเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด โดยเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาสร้างความมั่นคงของพลังงานทดแทน และมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมทั้งเรื่องการประหยัดพลังงาน ทั้ง 3 หัวข้อที่ประชุมได้ข้อยุติ และสามารถนำไปใช้ได้ โดยหลายประเทศระบุว่า จะนำผลการประชุมครั้งนี้ไปเป็นนโยบายของประเทศ ส่วนเรื่องเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดดนั้นจะมีการหาทุนและนำไปสู่การนำไปใช้ต่อไป -สำนักข่าวไทยที่มา http://www.tnamcot.com/view/59fb0598e3f8e40adf8e4efd

อ่านต่อ...
Admin

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เจ้าภาพในการจัดประชุม AMER ครั้งที่ 7 กล่าวว่า การจัดการประชุมนี้จะร่วมกับผู้นำองค์กรระหว่างประเทศภายใต้แนวคิด Global Energy Markets in Transition : From Vision to Action หรือ การเปลี่ยนผ่านตลาดพลังงานโลก จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ โดยชาติในเอเชียที่ประกอบด้วยประเทศผู้ขายน้ำมันในกลุ่มตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ รวมทั้งชาติในอาเซียน จะได้ร่วมกันแสดงทัศนะต่อสถานการณ์พลังงานในประเด็นสำคัญๆ 3 ด้านคือ ตลาดน้ำมัน (Oil Market) ตลาดก๊าซธรรมชาติ (Gas Market) และการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ทางเลือกการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่าน (Disruptive Technology) คือจะเปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีการพูดคุยในเรื่องหลักๆ ได้แก่ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา การขับเคลื่อนเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และการพัฒนาระบบการจัดเก็บพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะเป็นประเด็นที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ เนื่องจากปัจจุบันกระทรวงพลังงาน ได้ผลักดันนโยบายในเรื่องดังกล่าวต่อเนื่อง และประเทศไทยยังถือว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศของเอเชียที่ได้มีนโยบายพัฒนาที่ชัดเจนกระทรวงพลังงานจึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการประชุม AMER ครั้งที่ 7 พร้อมกับร่วมภูมิใจไปกับการได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพและทำงานร่วมกับองค์การพลังงานสากล หรือ International Energy Forum (IEF) ที่ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของไทยในฐานะผู้นำในอาเซียนด้านพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งที่ผ่านมาประเทศไทยมียุทธศาสตร์และเป้าหมายด้านการวางแผนพลังงานที่ชัดเจน เช่น แผนบูรณาการพลังงานระยะยาว (Thailand Integrated Energy Blueprint : TIEB) และนโยบาย Energy 4.0 เป็นต้นทั้งนี้ทางกระทรวงพลังงานได้เรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา มาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม AMER ครั้งที่ 7 นี้ด้วยที่มา http://www.tcjapress.com/2017/10/16/amer-7-thailand/

อ่านต่อ...
Admin

นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.3) โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 - 7 โดยมี ประชาชนในพื้นที่ 5 ตำบลของ อ.แม่เมาะ ได้แก่ ตำบลแม่เมาะ ตำบลสบป้าด ตำบลนาสัก ตำบลบ้านดง และตำบลจางเหนือ รวมถึง หน่วยงานราชการ สถานศึกษา ศาสนสถาน องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน ตลอดจนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นถึงจำนวน 2,309 คน โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นด้วยวาจาถึงจำนวน 51 คน ต้องขอขอบคุณชาวแม่เมาะที่ร่วมแสดงความคิดเห็น เพราะความคิดเห็นเหล่านี้เป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และจะทำให้บ้านเมืองมีการพัฒนาต่อไปดร. เบญจภรณ์ บุณยพุกกณะ ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า จากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ค.1) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2560 และการประเมินและจัดทำรายงาน (ค.2) เมื่อวันที่ 13 – 16 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำข้อมูลมาเพื่อจัดทำมาตรการต่าง ๆ ให้ลดข้อห่วงกังวลของประชาชน และมาชี้แจงในประเด็นสำคัญ อาทิ เรื่องการทำ EHIA ใหม่ สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้ เพราะถือเป็นการก่อสร้างเพื่อสาธารณประโยชน์ในฐานะองค์กรของรัฐ จึงได้รับการยกเว้นจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมในการขอใบอนุญาต ซึ่งใบอนุญาต รง.4 กฟผ. สามารถใช้สิทธิของเครื่องจักรเดิมที่มีอยู่ โดยไม่เข้าข่ายการขยายโรงงาน ทั้งนี้ EHIA ใหม่ ต้องได้รับความเห็นชอบ จึงจะดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้สำหรับเรื่องขอบเขตพื้นที่ศึกษา ได้กำหนดให้ครอบคลุมทั้ง 5 ตำบลของอำเภอแม่เมาะ คือ ตำบลแม่เมาะ ตำบลสบป้าด ตำบลนาสัก ตำบลบ้านดง และตำบลจางเหนือ เรื่องการจ้างงานในพื้นที่ จะมีการกำหนดเป็นนโยบายปฏิบัติให้พิจารณาคัดเลือกคนในอำเภอแม่เมาะเข้ามาทำงานเป็นอันดับ โดยปัจจุบัน มีการจ้างงานท้องถิ่นในชุมชนแม่เมาะ จำนวนรวมทั้งสิ้น 4,835 คนส่วนการแก้ปัญหาอุบัติเหตุและจราจร มีการการกำหนดมาตรการความปลอดภัยของผู้สัญจรอย่างชัดเจน โดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนและกำหนดมาตรการลงโทษผู้ขับรถบรรทุกเถ้าลอยหรือรถบรรทุกยิปซัม และหน่วยงานที่ควบคุมดูแลการซื้อขายอย่างชัดเจน รวมทั้งจัดเตรียมรถกู้ภัยและดับเพลิงสำหรับกรณีฉุกเฉินสำหรับการแก้ปัญหาอาชญากรรมจากแรงงานต่างถิ่น มีการกำหนดมาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหาอย่างเข้มงวด ไม่ให้ทำผิดกฎหมายหรือก่อปัญหากับชุมชน นอกจากนี้ยังกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาการใช้บริการด้านสุขภาพของแรงงานต่างถิ่น โดยจัดให้มีห้องพยาบาล เจ้าหน้าที่ และรถฉุกเฉิน ตลอดบริเวณพื้นที่ก่อสร้างไว้ด้วยทั้งนี้ เรื่องการบริหารจัดการเถ้าลอย มีแนวทางให้ชุมชนจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อซื้อเถ้าลอยจาก กฟผ. โดยปัจจุบันได้รับความเห็นชอบแล้ว อยู่ระหว่างการจัดทำให้เป็นไปตามระเบียบ กฟผ. ด้านกองทุนพัฒนาไฟฟ้า กฟผ. จ่ายเงินตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี ส่วนการบริหารจัดการจะมีคณะกรรมการพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานโดยยังเพิ่มเติมมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการลดฝุ่นและเสียงในขณะก่อสร้าง และการดูแลแหล่งน้ำให้สะอาด ปราศจากสิ่งปนเปื้อนด้าน ว่าที่ พ.ต. ดร. อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ. เปิดเผยว่า ขอขอบคุณชาวแม่เมาะที่พร้อมใจเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นอย่างเนืองแน่น โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นถึงจำนวน 2,309 คน และมีแสดงความคิดเห็นด้วยวาจาถึงจำนวน 51 คน โดยหลังจากเวที ค.3 ในครั้งนี้ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด จะนำข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปพิจารณา และปรับปรุงให้เป็นรายงานฉบับสมบูรณ์เพื่อนำเสนอต่อ สำนักงานโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เป็นผู้พิจารณา หากคณะกรรมการฯ มีข้อเสนอแนะก็ยังสามารถปรับแก้ไขรายงานได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า กฟผ. มีการดำเนินงานตามข้อบังคับของกฎหมายทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างแท้จริงที่มา:

อ่านต่อ...