News
Admin

กระทรวงพลังงาน ชี้แจง แนวทางการสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ตามที่ ได้มีการเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) เพื่อขอทราบความชัดเจนในนโยบายและทิศทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้นั้น กระทรวงพลังงาน ขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ ดังนี้ – กรณีการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และเทพาฯ กระทรวงพลังงานได้พิจารณาแล้ว การพัฒนาโครงการฯ ดังกล่าว มีทั้งกลุ่มคนที่เห็นด้วย และเห็นต่าง ซึ่งแนวทางการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และอยู่บนพื้นฐานประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ ในกรณีดังกล่าว กระทรวงพลังงานขอย้ำว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาทบทวนความเหมาะสมในเรื่องของที่ตั้งโรงไฟฟ้า ให้มีการจัดทำ SEA (การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์) ซึ่งเป็นการดำเนินงานทางวิชาการ เพื่อหาพื้นที่ที่เหมาะสม ในการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ – ในส่วนของความมั่นคงด้านไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้พิจารณาเสนอ แนวทางการรักษาความมั่นคงด้านไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยเสนอให้มีการขยายสายส่งไฟฟ้า ให้เพียงพอและมีความมั่นคงมากขึ้น ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าชีวมวล 300 เมกะวัตต์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรองรับความต้องการในพื้นที่และมีการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าเฉพาะในพื้นที่ดังกล่าว – กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญในการกระจายประเภทเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ทั้งก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และพลังงานทดแทน ในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยปัจจุบันยังมีความเหมาะสมที่จะต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้ถ่านหิน เพื่อการผลิตไฟฟ้า ท้ายสุดนี้ กระทรวงพลังงาน พร้อมเปิดรับทุกความคิดเห็นที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติโดยรวม

อ่านต่อ...
Admin

วันนี้ (11 ม.ค. 61) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป ออกรับบิณฑบาต รอบพระเมรุมาศ โดย ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมพิธี ณ พระที่นั่งทรงธรรม มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ↵ ↵ ↵ ↵

อ่านต่อ...
Admin

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "ปีใหม่ ข้าวใหม่… อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา" โดยมีนายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีเปิดโครงการฯ ณ สถานีบริการน้ำมันปตท.บจก.หลักเมืองถาวรพาณิชย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี นายศิริ เปิดเผยว่า โครงการ "ปีใหม่ ข้าวใหม่…อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา" เป็นโครงการที่กระทรวงพลังงาน โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นเพื่อมอบข้าวใหม่ 1 ถุง ขนาดบรรจุ 500 กรัม เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากจะเป็นการมอบความสุขให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนข้าวจากชาวนาไทยอีกด้วย ซึ่งคาดว่าการแจกข้าว 1 ล้านกิโลกรัมหรือประมาณ 2 ล้านถุง จะช่วยเกษตรกรชาวนาไทยให้มีรายได้และมีช่องทางกระจายข้าวให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ด้านนายเทวินทร์ กล่าวว่า ปตท. จะมอบข้าวใหม่ให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 1,500 แห่งทั่วประเทศในโครงการ “ปีใหม่ ข้าวใหม่…อิ่มท้อง อิ่มใจ ช่วยชาวนา” โดยข้าวที่นำมาแจกในโครงการนี้เป็นข้าวที่ ปตท. จัดซื้อมาจากเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรโดยตรง ซึ่งแต่ละสถานีบริการจะรับซื้อข้าวจากเกษตรกรสถานีละ 650 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละประมาณ 35 บาทซึ่งนอกจากการมอบข้าวใหม่เป็นของขวัญปีใหม่แล้ว ปตท. ยังเปิดพื้นที่ภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้เกษตรกรชาวนาทั่วประเทศมาจำหน่ายข้าวสารส่งตรงถึงมือผู้บริโภคในช่วงปีใหม่นี้อีกด้วย "ปตท. ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรชาวนาไทย ให้มีช่องทางการจำหน่ายข้าว มีรายได้ และมีองค์ความรู้ด้านการจัดการสินค้า อีกทั้ง ยังมีส่วนในการสืบสานประเพณี วัฒนธรรม “ข้าว” ซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยมาช้านาน นอกจากนี้ ปตท. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมทำความดี เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และมุ่งมั่นที่จะร่วมดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศตลอดไป" นายเทวินทร์ กล่าว ที่มา :: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/786249

อ่านต่อ...
Admin

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ร่วมกับมูลนิธิอาคารเขียวไทย ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เตรียมจัดงานสัมมนา สรุปผลการดำเนินงานโครงการสนับสนุนการออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities-Clean Energy) และฟังปาฐกถาพิเศษ "ก้าวต่อไปของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย" โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขึ้นเวทีกล่าวปาฐกถาพิเศษในประเด็น "ก้าวต่อไปของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างเมืองอัจฉริยะ" ในวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09:30 – 16:00 น. ณ ห้องบอลรูม 3 โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเมืองของชุมชน สู่เมืองอัจฉริยะ มุ่งสู่การเป็น Clean Energy และ Green City โดยภายในงานจะได้พบกับเมืองที่ผ่านการคัดเลือกให้เป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบภายใต้โครงการสนับสนุน การออกแบบเมืองอัจฉริยะ Smart Cities-Clean Energyที่มา http://www.ryt9.com/si/prg/2741297

อ่านต่อ...
Admin

ภายใต้โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรมแบบบูรณาการ ตามสโลแกน "4 แลก 4 Energy Point" เพื่อส่งเสริมและจูงใจให้ผู้ประกอบการหรือโรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เริ่มดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานง่ายๆได้ด้วยตนเองโดยจะได้รับ Energy Point ก็ต่อเมื่อดำเนินการดัง 4 ข้อต่อไปนี้1.การประกาศนโยบายด้านพลังงาน2.การแต่งตั้งผู้ประสานงาน (Energy Man) ดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานในองค์กร3.วางแผนการอนุรักษ์พลังงานเบื้องต้นภายในองค์กร4.ทบทวนแผนการอนุรักษ์พลังงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อพร้อมนำไปปฏิบัติเมื่อมีคะแนนแล้วสามารถนำคะแนน Energy Point ไปแลกรับสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ 4 ข้อ ดังนี้1.การอบรมให้ความรู้2.การศึกษาดูงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน3.การให้คำแนะนำแนวทางการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานโดยผู้เชี่ยวชาญ4.เงินทุนสนับสนุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานอีกทั้งวันนี้ยังมีพิธีมอบรางวัล The Best Energy Man 18 กลุ่มจังหวัดและกรุงเทพฯ โดย ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู (ประธานเปิดงาน) ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงานด้วยดร.วีรพัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาหลักส่วนใหญ่คือ "การเริ่มต้น" ที่จะหันมาให้ความสำคัญและดำเนินการในเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน ทำให้ผู้ประกอบการ SME ที่ยังไม่ปรับตัวหันมาดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน อาจมีต้นทุนด้านพลังงานสูงกว่าคู่แข่งทางธุรกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจลดลง ด้วยเหตุนี้ กองทุนอนุรักษ์พลังงาน ได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงสนับสนุนให้โครงการนี้เกิดขึ้นด้านนายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เนื่องจากการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายในประเทศยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคขนส่งและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ที่มีสัดส่วนการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายสูงถึงร้อยละ 36.88 (ข้อมูลปี 2559) ซึ่งจากการสำรวจสภาพปัญหา พบว่า ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มีสภาพความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงาน น้อยการผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น ขาดความรู้ เงินทุน การดำเนินงานอย่างเป็นระบบ รวมถึงยังไม่ให้ความสำคัญและจริงจังมากนัก โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศดร.วีรพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า งานสัมมนาครั้งนี้ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่โครงการที่กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง (เริ่มโครงการเมื่อ 1 ต.ค. 60 ไปจนระยะเวลาสิ้นโครงการ 1 ปีครึ่ง) และถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมในเฟสแรกนี้ถึง 599 แห่ง จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สามารถประหยัดพลังงานได้รวมกว่า 5.8 ktoe ต่อปี หรือเทียบเป็นเงินกว่า 125 ล้านบาทต่อปี สนับสนุนเงินทุนให้ผู้ประกอบการดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานไปกว่า 25 ล้านบาท และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการส่งเสริมสนับสนุนเป็นอย่างดี เพื่อร่วมกันอนุรักษ์พลังงานและลดการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป.

อ่านต่อ...
Admin

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประเมินการจัดงานประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรีพลังงานเอเชียครั้งที่ 7 หรือ AMER 7 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพว่า งาน AMER 7 Global Energy Markets in Transition: From Vision to Action ประสบความสำเร็จ ทั้งด้านจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมและเนื้อหาในการประชุม โดยผู้เข้าร่วมประชุมมีทั้งระดับรัฐมนตรีและผู้แทน จาก 24 ประเทศ ผู้นำองค์กร ระหว่างประเทศ อีก 21 องค์กร นับเป็นจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากที่สุดตั้งแต่มีการจัดงาน ขึ้นมา สำหรับเนื้อหาในการประชุมมี 3 ด้านด้วยกันคือ ตลาดน้ำมันโลก ที่ขณะนี้ถึงยุคของการสร้างความสมดุล ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคน้ำมัน ตลาดก๊าซธรรมชาติซึ่งต่อไปจะเป็นยุคทองของก๊าซธรรมชาติแน่นนอน และ เรื่องของเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด โดยเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาสร้างความมั่นคงของพลังงานทดแทน และมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมทั้งเรื่องการประหยัดพลังงาน ทั้ง 3 หัวข้อที่ประชุมได้ข้อยุติ และสามารถนำไปใช้ได้ โดยหลายประเทศระบุว่า จะนำผลการประชุมครั้งนี้ไปเป็นนโยบายของประเทศ ส่วนเรื่องเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดดนั้นจะมีการหาทุนและนำไปสู่การนำไปใช้ต่อไป -สำนักข่าวไทยที่มา http://www.tnamcot.com/view/59fb0598e3f8e40adf8e4efd

อ่านต่อ...