News
Admin

กระทรวงพลังงาน วางแผนรับมือ 2 แหล่งก๊าซฯใหญ่ปิดซ่อม เผยก๊าซฯเมียนมา หยุด 9 วัน ก๊าซฯหาย 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน กระทบไฟฟ้า 9,000 เมกะวัตต์ ระบุ 4 โรงไฟฟ้าเปลี่ยนใช้เชื้อเพลิงอื่นไม่ได้ ขาดไฟฟ้า 3,000 เมกะวัตต์ เร่งสำรองน้ำมันดีเซล น้ำมันเตาทดแทน ขณะแหล่ง JDA ปิด 7 วัน ขาดไฟฟ้า 415 เมกะวัตต์ เล็งดึงจากภาคกลางไปเสริมแทน วอนประชาชนร่วมประหยัดไฟฟ้าช่วงวิกฤตินายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)และในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ที่มีพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้รับทราบแผนการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ ปี 2560 และมาตรการรองรับผลกระทบด้านไฟฟ้า โดยแผนหยุดจ่ายก๊าซฯที่มีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากมี 2 ครั้ง ได้แก่ 1.การหยุดจ่ายของแหล่งยาดานา ในอ่าวเมาะตะมะ ของเมียนมา 9 วัน ระหว่างวันที่ 25 มี.ค.-2 เม.ย. 2560 และ 2. การหยุดจ่ายก๊าซฯแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA ) บล็อก A18 จำนวน 7 วัน ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. -6 ก.ย. 2560โดยการหยุดจ่ายก๊าซฯแหล่งยาดานา จะมีผลทางเทคนิคให้ก๊าซฯจากแหล่งเยตากุลและซอติก้า ของเมียนมาต้องหยุดผลิตด้วย ทำให้ก๊าซฯหายไปจากระบบในประเทศไทย 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน กระทบกับการผลิตไฟฟ้าถึง 9,000 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ยืนยันว่าสามารถบริหารจัดการดูแลไฟฟ้าไว้ได้ประมาณ 6,000 เมกะวัตต์ส่วนที่ขาดอีก 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นผลมาจากโรงไฟฟ้า 4 โรงไม่สามารถปรับเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงอื่นได้ จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการสำรองน้ำมันเตาไว้ 91.7 ล้านลิตร และน้ำมันดีเซล 16 ล้านลิตร ให้กับโรงไฟฟ้าที่สามารถเปลี่ยนเชื้อเพลิงได้หันมาใช้น้ำมันเตาและดีเซลแทน ได้แก่ โรงไฟฟ้าราชบุรี จะมีการสำรองน้ำมันเตาไว้ 55.7 ล้านลิตร โรงไฟฟ้าบางปะกง สำรองน้ำมันเตา 35.9 ล้านลิตร ส่วนโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ สำรองน้ำมันดีเซลไว้ 8.2 ล้านลิตร และโรงไฟฟ้าราชบุรี สำรองน้ำมันดีเซลไว้ 8 ล้านลิตรพร้อมกันนี้สั่งให้โรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 1 สลับไปใช้ก๊าซฯ จากฝั่งอ่าวไทยแทนการใช้ก๊าซฯ จากเมียนมา รวมทั้งสั่งให้โรงไฟฟ้าอื่นๆ เลื่อนการซ่อมบำรุงเพื่อไม่ให้ตรงกับช่วงปิดซ่อมแหล่งก๊าซฯของเมียนมา และ กฟผ.ตรวจสายส่งและอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มีความพร้อมใช้เสมอพร้อมทั้งประสานกับการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) เร่งซ่อมสายส่งให้เสร็จก่อนช่วงหยุดซ่อมของแหล่งยาดานาด้วย ขณะเดียวกันทำการรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้า และให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)นำมาตรการส่งเสริมการลดใช้ไฟฟ้าแบบให้ผลตอบแทน(DR)มาใช้นายทวารัฐ กล่าวว่า สำหรับการปิดซ่อมแหล่งก๊าซฯ JDA นั้น เบื้องต้นจะมีผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าภาคใต้ โดยเฉพาะ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจะนะ โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค)ไฟฟ้าภาคใต้น่าจะอยู่ระดับ 2,657 เมกะวัตต์ ขณะที่กำลังผลิตอยู่ที่ 2,242 เมกะวัตต์ ซึ่งยังขาดไฟฟ้าอยู่อีก 415 เมกะวัตต์ โดยแนวทางแก้ไขคือ ให้เตรียมระบบการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางลงไปภาคใต้ในระดับสูงสุด 550 เมกะวัตต์ให้พร้อม รวมทั้งเตรียมสำรองน้ำมันเตาให้โรงไฟฟ้ากระบี่ 6 ล้านลิตร และน้ำมันดีเซลให้โรงไฟฟ้าจะนะหน่วยที่ 1 จำนวน 15.6 ล้านลิตร และโรงไฟฟ้าสุราษฏร์ธานี 4.7 ล้านลิตร พร้อมทั้งเลื่อนการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าอื่นๆไม่ให้ตรงกับช่วงที่ JDA ปิดซ่อม และนำมาตรการ DR มาใช้ ส่วนการซื้อไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียจะเป็นทางเลือกสุดท้าย  สำหรับกำลังการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ 2,242 เมกะวัตต์ จะมาจากเขื่อนรัชประภา 240 เมกะวัตต์ เขื่อนบางลาง 73 เมกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก(SPP) 29 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าขนอม 930 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้ากระบี่ที่ใช้น้ำมันเตา 315 เมกะวัตต์ และดรงไฟฟ้าจะนะที่เปลี่ยนมาใช้ดีเซล 655 เมกะวัตต์ 

อ่านต่อ...