News
Admin

พยายามจำกัดการผลิตน้ำมันเพื่อให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้นปัจจัยดังกล่าวจะไม่ทำให้ราคาสูงยาวนานมากนัก สภาพอากาศเปลี่ยนจากหนาวมาอบอุ่นขึ้น การใช้น้ำมันโลกจะปรับน้อยลง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นสูงช่วงปลายปีที่ผ่านมาจะส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐผลิตน้ำมันออกมากขึ้น และกดดันให้ราคาปรับลดลงได้ ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันทั้ง OPEC และ Non-OPEC เล็กน้อย และผู้บริโภคยังคงพิจารณาเลือกใช้น้ำมันตามคุณภาพมาตรฐานเป็นหลักอยู่ ซีอีโอปตท.เชื่อ เปลี่ยนโลโก้ปั๊มปตท.ใหม่ มาใช้โลโก้ PTTOR ไม่กระทบความเชื่อมั่นลูกค้าซีอีโอ ปตท.เชื่อเปลี่ยนโลโก้ปั๊มน้ำมัน จากเดิม มาเป็น โลโก้ของ PTTOR จะไม่กระทบความเชื่อมั่นลูกค้า เหตุปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ตามการปรับโครงสร้างองค์กร ที่จะมีการจัดตั้งบริษัท PTTOR อีกทั้งลูกค้ายังคงพิจารณาเลือกใช้น้ำมันตามคุณภาพมาตรฐานเป็นหลักโดยขณะนี้บอร์ด ปตท.อยู่ระหว่างรอสรุปเลือกโลโก้ที่เหมาะสม ก่อนเสนอกระทรวงพลังงานและที่ประชุมผู้ถือหุ้น 12 เม.ย. 2561 ต่อไป นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.มีแนวทางปรับเปลี่ยนโลโก้ของปั๊มน้ำมัน ปตท.ทั่วประเทศ ตามการปรับโครงสร้างองค์กร ที่จะมีการตั้งบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ PTTOR ขึ้นมาเป็นบริษัทย่อยของ ปตท. ดังนั้นจะต้องมีการพัฒนาโลโก้ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ ปตท.สามารถถ่ายโอนโลโก้ให้เป็นสมบัติของ PTTOR ได้เลย เพราะหากปั๊มน้ำมันยังใช้โลโก้เดิมต่อไปจะส่งผลให้ PTTOR ต้องจ่ายค่าเช่าโลโก้ให้กับ ปตท.อย่างไรก็ตามการปรับโลโก้ใหม่ของปั๊ม ปตท. นั้น ยืนยันว่าโลโก้หลักยังคงเป็นรูปเปลวไฟเหมือนเดิม แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เช่น การเติมวงกลมที่มีตัว R ข้างใน เป็นต้น โดยที่ผ่านมา ปตท.มีบริษัทลูกมากมาย และมีโลโก้เป็นของตัวเอง เช่น PTTRM , PTTPM , PTTICT และ PTTPL ดังนั้น PTTOR ก็ควรมีโลโก้ของตัวเอง ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนให้ที่ปรึกษาจัดทำโลโก้หลายแบบมาให้คณะกรรมการ(บอร์ด) ปตท.พิจารณา และเมื่อบอร์ดเลือกแล้ว จะนำเสนอกระทรวงพลังงาน และเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 12 เม.ย. 2561 ต่อไป ส่วนกระบวนการปรับเปลี่ยนคงต้องเป็นไปตามขั้นตอนการปรับโครงสร้างองค์กรปตท.มีปั๊มอยู่กว่า 1,600 แห่ง คาดว่าปี 2561 จะเปิดเพิ่มอีก 100 แห่ง ส่วนกระบวนการปรับเปลี่ยนโลโก้ปั๊มน้ำมัน ปตท.นั้น ขณะนี้ทีมที่ปรึกษาอยู่ระหว่างการคัดเลือกโลโก้เสนอ บอร์ด ปตท. จากนั้นจึงจะทำเป็นรายงานเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น 12 เม.ย. 2561 เพื่อทราบต่อไป

อ่านต่อ...
Admin

การค้นพบสารใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของโซล่าเซลล์อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนเติบโตอย่างต่อเนื่องและความต้องการพลังงานทดแทนของตลาดพลังงานสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลต่อภาพรวมอุตสาหกรรมผู้ผลิตแผงโซล่าเซลล์ส่วนใหญ่ขยายขนาดโรงงานผลิตทำให้ต้นทุนลดลงอีกทั้งกลุ่มนักวิจัยจากหลากหลายสาขาอาชีพมุ่งหน้าพัฒนาแผงโซล่าเซลล์อย่างต่อเนื่องลึกลงไปในระดับโมเลกุลของเนื้อสารที่ใช้ผลิตแผงโซล่าเซลล์กันเลยทีเดียวการพัฒนาประสิทธิภาพของแผงโซล่าเซลล์ในยุคปัจจุบันต้องแยกเนื้อสารที่ใช้ผสมโซล่าเซลล์ให้มีความบริสุทธิ์ แผงโซล่าในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีที่สามารถสกัดสารซิลิคอนที่เรียกได้ว่าเกือบบริสุทธิ์ 100%ไร้ที่ติในระดับอนุภาค ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากต่อแผงโซล่าเซลล์หากซิลิคอนไม่บริสุทธิ์จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอิเล็กตรอนของวงจรกระแสใหม่ของกลุ่มนักวิจัยพลังงานโซล่าเซลล์กำลังเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาประสิทธิภาพแผงโซล่าจากสาร ซิลิคอน เป็นสสาร perovskite ซึ่งในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาประสิทธิภาพของโซล่าเซลล์ perovskite ได้ดีดตัวสูงขึ้นจาก 2.2% มาเป็น 25.5 % ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งความถี่ในการพัฒนาของสสารตัวใหม่นี้มีผลตอบรับที่ดีกว่าแผงโซล่าเซลล์ ชนิดอื่น ๆ ซึ่งสสาร perovskite ชนิดนี้ได้ถูกค้นพบเมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่ามีศักยภาพสูงในการเก็บเกี่ยวพลังงานแสงอาทิตย์ มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ เพื่อที่จะเปลี่ยนสสาร perovskite ให้เป็นแหล่งสสารพลังงานวงจรโซล่าจะนำสสาร perovskiteไปประกบคู่กับสสาร Tin dioxide และวางลงบนเนื้อกระจกและทับอีกชั้นด้วยแผ่นเหล็ก โดยส่วนใหญ่มักจะใช้ทองหรือเงินชั้นของวัสดุในแผงโซล่าชนิด perovskite สสาร perovskite เป็นการร่วมตัวกันของสารตะกั่วและแร่ที่มีธาตุฮาโลเจน เช่น สารไอโอดีน และสารชีวภาพ ที่มีการจัดเรียงโครงสร้างของ อนุภาค 3 ตัวเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นโครงสร้างสะสาร perovskite เจ้าสสาร perovskite ตัวนี้มีจุดเด่นที่แตกต่างเป็นผลดีต่อการนำมาประกอบในแผงโซล่าเซลล์ เนื่องด้วยสสารชนิดนี้มีคุณสมบัติที่สามารถดูดซับแสงอาทิตย์ได้มากกว่าสารชนิดอื่น ๆ ในแผงโซล่าอาทิ สารซิลิคอนซึ่งประสิทธิภาพการดูดซับพลังงานของสสาร perovskite จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเมือเนื้อวัสดุมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในการติดตั้งภายนอกอาคาร และด้วยคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างของสสาร perovskite มันสามารถถ่ายเทอิเล็กตรอนได้ดีมากและอิเล็กตรอนที่สูญเสียระหว่างทางพบน้อยสุด ๆ นั้นหมายความว่าสสาร perovskite นี้สามารถช่วยให้ตัวเปลี่ยนอิเล็กตรอนเป็นกระแสไฟฟ้าทำงานได้ดียิ่งขึ้น

อ่านต่อ...
Admin

สนพ. เปิดตัวแอปพลิเคชัน ชีวิตหาร ฟีเจอร์ใหม่ เสริมการรณรงค์ผ่านช่องทางสื่อสารที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่"เหมียว-ทู พยากรณ์" หลังจากได้ปล่อยแคมเปญ "รวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์" กลับมารณรงค์อีกครั้ง ดึง ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ เป็น อินฟูเอนเซอร์ เชิญชวนคนไทย เปลี่ยนมาใช้เบอร์ 5 และเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อประหยัดพลังงาน หลังกระแสได้รับการตอบรับยอดทะลุ 2 ล้านวิวเรียบร้อย เตรียมเชิญชวนประชาชนร่วมสนุกการประหยัดพลังงานกับเมนู "อยากมีชีวิตดีควรเปลี่ยนอะไร" เพื่อรณรงค์การประหยัดพลังงาน ผ่านช่องทางสื่อสารที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ชีวิตหาร 2 ได้ทั้ง 2 ระบบ iOS และ Android จากนั้น log in ผ่านบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ก็สามารถเข้าร่วมสนุกกิจกรรมเกม ตอบคำถาม พร้อมสามารถแสดงผลพฤติกรรมการประหยัดพลังงานในแบบของตัวเราเองได้ และยังแชร์ผลการพยาการณ์นี้ไปยังเฟซบุ๊กและร่วมเล่นกิจกรรลุ้นของรางวัลได้ ตั้งแต่ วันนี้ - 15 มกราคม 2561 ซึ่งกติกาง่าย ๆ เพียง กด Like Fanpage รวมพลังหาร 2 และแชร์ผลการพยากรณ์ขึ้นเฟซบุ๊ก ตั้งค่าแชร์แบบสาธารณะ และใส่ Hashtag #เปลี่ยนใหม่ประหยัดชัวร์ #รวมพลังหาร2 โดยมีระยะเวลาร่วมกิจกรรม 2 รอบ คือ รอบที่ 1 ส่งท้ายปีเก่า เริ่ม 20-26 ธันวาคม 2560 ลุ้นรับไมโครเวฟ เบอร์ 5 จำนวน 2 รางวัล ประกาศผล 27 ธันวาคม 2560 รอบที่ 2 ต้อนรับปีใหม่วันที่ 10-15 มกราคม 2561 ลุ้นรับ Smart TV เบอร์ 5 จำนวน 1 รางวัล ประกาศผล 17 มกราคม 2561 "รีบโหลด รีบเล่น รีบเปลี่ยน เพื่อชีวิตที่ดีกว่า"

อ่านต่อ...
Admin

พลังงาน จ.ปราจีนบุรี พร้อมเดินหน้าเสริมสมรรถนะด้านพลังงานในชุมชน ส่งเสริมใช้ เตาเศรษฐกิจประยุกต์ ผลิตกระยาสารท พลังงาน จ.ปราจีนบุรี พร้อมเดินหน้าเสริมสมรรถนะด้านพลังงานในชุมชน ส่งเสริมใช้ เตาเศรษฐกิจประยุกต์ ผลิตกระยาสารทสินค้าโอทอปในชุมชน ยันช่วยพื้นที่ลดรายจ่ายด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพสินค้า และสะอาดถูกหลักอนามัย พร้อมเกิดการบริหารการใช้พลังงานทดแทนที่ได้ประสิทธิภาพ. สำนักงานพลังงานจังหวัดปราจีนบุรี กระทรวงพลังงาน เดินหน้าโครงการเพิ่มสมรรถนะด้านบริหารจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนระดับตำบล โดยนำเตาเศรษฐกิจประยุกต์ มาใช้ในการผลิต กระยาสารท ช่วยชุมชนลดรายจ่ายด้านพลังงานกว่า 50% สร้างรายได้ที่ยั่งยืน สินค้าถูกหลักอนามัย และเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าได้มากยิ่งขึ้นนายธนาศักดิ์ สระทอง พลังงานจังหวัดปราจีนบุรี กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สำนักงานพลังงานจังหวัดปราจีนบุรี กระทรวงพลังงาน ได้ส่งเสริมเตาเศรษฐกิจประยุกต์ (แบบร่วมใจ) หรือเตาชีวมวล ภายใต้โครงการเพิ่มสมรรถนะด้านการบริหารและจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนตำบล และวิสาหกิจชุมชนปีงบประมาณ 2560 จังหวัดปราจีนบุรี โดยเตาเศรษฐกิจประยุกต์ ดังกล่าวได้ช่วยให้ชุมชนสามารถผลิตสินค้ากระยาสารท ที่ในพื้นที่ ได้รับเลือกให้เป็นสินค้าโอทอประดับ 4 ดาว ของจังหวัดปราจีนบุรี และได้มาตรฐาน Primary GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านอาหาร โดยกลุ่มกระยาสารทสุวรรณา ได้นำเตาเศรษฐกิจประยุกต์(แบบร่วมใจ) หรือเตาชีวมวลดังกล่าว ในขั้นตอนการผลิตการคั่วข้าวเม่า และงา ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของ กระยาสารท ซึ่งการใช้เตาเศรษฐกิจประยุกต์ นี้ ได้ช่วยให้ลดการใช้พลังงานลงได้สูงถึง 50% ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่า 7,300 บาท/ปีด้านประโยชน์โดยรวมของเตาเศรษฐกิจประยุกต์นี้ จะช่วยให้ประหยัดเงินที่จะซื้อเชื้อเพลิงหุงต้ม โดยสามารถนำวัสดุที่ทิ้งเปล่าประโยชน์มาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี เช่น เศษหญ้า ฟางข้าว ใบไม้ แกลบ ขี้เลื่อย ต้นปอ ต้นอ้อย ซังข้าวโพด ต้นมันสำปะหลัง ฯลฯ ประหยัดเวลาและแรงงานในการประกอบอาหารอย่างน้อยวันละ 1- 2 ชั่วโมงบริเวณที่ใช้ประกอบอาหารและภาชนะสะอาดเพราะปล่องจะดูดเอา เขม่าต่างๆ ออกทางปล่องซึ่งอยู่พ้นจากหลังคาบ้าน ทำให้ปราศจากเขม่าที่เกิดจากการหุงต้ม ให้ความร้อนสูงกว่าเตาถ่านไม้ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะเตาถ่านไม้เป็นเตาโปร่งทำให้ความร้อน สูญเสียไปกับอากาศ วิธีการจุดไฟสะดวก ทำได้โดยใช้เศษไม้สับเป็นชิ้นเล็กๆ หรือเศษกระดาษ ก่อเป็นเชื้อ แล้วเอาวัสดุเชื้อเพลิงวางทับเพื่อให้ไฟลุก เตาจะดูดลมเองผ่านช่องหน้าเตา โดยไม่ต้องใช้พัดหน้าเตาเหมือนเตาถ่าน"เตาเศรษฐกิจประยุกต์ ถือเป็นเตาหุงต้มประเภทหนึ่งที่ประยุกต์มาจากเตาอั้งโล่และเตาฟืนที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในชนบท สามารถใช้ได้ทั้งฟืนและถ่าน จุดเด่นของเตาชนิดนี้อยู่ตรงที่สามารถนำเศษวัสดุ เหลือใช้จากภาคเกษตรที่มีอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น แกลบ ซังข้าวโพดชานอ้อย กะลามะพร้าว ลมัน สำปะหลังรวมถึงเศษใบไม้ กิ่งไม้ ที่ได้ จากการตัดแต่งกิ่ง ต้นไม้มาใช้ได้ จุดหลักของเตาอยู่ที่การมีปล่องไฟ ทำหน้าที่ช่วยดูดเขม่าควันออกไป ทำให้การเผา ไหม้ระหว่างเชื้อเพลิงผสมกับอากาศได้อย่างต่อเนื่อง

อ่านต่อ...
Admin

มว.พลังงาน ยืนยัน ปี 59-60 เดินหน้าขับเคลื่อน 5 แผนบูรณาการพลังงานระยะยาว พร้อมสะสางภารกิจค้างคาให้เป็นรูปธรรม กระทรวงพลังงานแถลงผลงานรอบ 1 ปี ชูผลงาน สางหนี้กองทุนกว่า 7 พันล้านบาท แก้ปัญหาบิดเบือนโครงสร้างราคาพลังงาน ปลดล็อกพลังงานทดแทน เดินหน้าแผนพลังงานระยะยาวขับเคลื่อนโครงการภายใต้ 5 แผนพลังงาน ในปี 2559 - 2560 สะสางภารกิจพลังงานให้เป็นรูปธรรม เร่งผลักดันแข่งขันธุรกิจพลังงานเสรี และเป็นธรรม พร้อม จับมือเพื่อนบ้านเชื่อมโยงและพัฒนาแหล่งพลังงานร่วมกัน เชื่อมั่น สิ้นสุดแผน 20 ปี สร้างภาคพลังงานของประเทศให้ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน (วันนี้ 24 ธันวาคม 2558) พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัญหาด้านพลังงานในช่วงก่อนที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ประกอบด้วย 4 ปัญหาหลัก ได้แก่ โครงสร้างราคาพลังงานที่ไม่เหมาะสมและเป็นธรรม การส่งเสริมพลังงานทดแทนเกิดการหยุดชะงัก สภาพผูกขาดของกิจการพลังงาน และประเทศขาดแผนพลังงานในภาพรวม ทั้งนี้ ในการแถลงผลงานของรัฐบาลในรอบ 1 ปีที่ผ่านมานั้น ในส่วนของกระทรวงพลังงานได้มีการดำเนินการภารกิจที่สำคัญตามนโยบายรัฐบาลครบในรอบ 1 ปี ระหว่างวันที่ 12 กันยายน 2557 ถึง 15 ธันวาคม 2558 ในภารกิจหลัก 2 ด้าน คือ ด้านการแก้ปัญหาในระยะเร่งด่วน และการดำเนินงานตามนโยบาย ซึ่งมีผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในด้านต่างๆ อาทิเช่น ด้านการดำเนินงานตามนโยบาย กระทรวงพลังงานได้มุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 ด้าน คือ ด้านพลังงานมั่นคง เศรษฐกิจมั่งคั่ง และสังคมไทยยังยืน โดยในนโยบายด้านพลังงานมั่นคง ในรอบปีที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินการในเรื่องสำคัญๆ ประกอบด้วย การจัดทำแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว 20 ปี การส่งเสริมการจัดหาและขยายโครงสร้างพื้นฐานปิโตรเลียม การบริหารจัดการและพัฒนาระบบไฟฟ้า และการผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศ ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจมั่งคั่ง ได้มีการปรับราคาพลังงานให้เป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน และการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการพลังงาน สำหรับนโยบายด้านสังคมไทยยั่งยืน กระทรวงพลังงานได้มุ่งเน้นส่งเสริมในเรื่องต่างๆ ได้แก่ การเร่งรัดส่งเสริมพลังงานทดแทน การบริหารจัดการด้านอนุรักษ์พลังงานอย่างเข้มข้น การเสริมสร้างศักยภาพชุมชนด้านพลังงาน และการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้เกษตรกรนอกเหนือจากการบูรณาการภาคพลังงานภายในประเทศแล้ว กระทรวงพลังงานยังได้มุ่งเน้นความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศ โดยมีกรอบความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงและพัฒนาด้านพลังงานให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนร่วมกัน ได้แก่ การจัดทำ MOU กับ เมียนมา การจัดทำ MOU กับ รัสเซีย และความร่วมมือด้านพลังงานในอาเซียน ทั้ง 7 สาขา ประกอบด้วย ปิโตรเลียม ไฟฟ้า พลังงานทดแทน อนุรักษ์พลังงานถ่านหินสะอาด นิวเคลียร์ นโยบายและแผนพลังงาน โดยล่าสุดร่วมจัดทำแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงานของอาเซียน (ASEAN Plan of Action on Energy Cooperation) ฉบับปี พ.ศ.2559-2568 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม ตลอดจนได้มีการจัดทำ MOU ว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงานกับ ทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) ซึ่งมีขอบเขตครอบคลุมถึงประเด็นความมั่นคงทางพลังงาน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในฐานะประเทศพันธมิตรที่ไม่ได้เป็นสมาชิก และทาง IEA ได้เห็นชอบยกระดับความร่วมมือกับประเทศไทยเป็นรูปแบบ Association อีกด้วยสำหรับภารกิจก้าวต่อไปที่กระทรวงพลังงานมีแผนจะดำเนินการในช่วงปี 2559-2560 ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนภายใต้แผนบูรณาการพลังงานระยะยาวทั้ง 5 แผน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแผนดังกล่าวจะบรรลุเป้าหมายที่ตามกำหนด ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ผลักดันโครงการต่างๆ ดังนี้• แผน PDP ปี 2559-2560 จะเร่งผลักดันการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดจังหวัดกระบี่และสงขลา โดยสำหรับโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ ให้การหารือในคณะกรรมการไตรภาคีได้ข้อยุติโดยเร็ว จัดทำอัตรารับซื้อไฟฟ้า (FiT) สำหรับ SPP ให้แล้วเสร็จ จัดทำข้อเสนอนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจฯ ให้แล้วเสร็จ และเร่งรัดการดำเนินโครงการ Smart Grid ตามแผนพลังงานทดแทนอื่นๆ ผลักดันร่าง พ.ร.บ. พลังงานทดแทนให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งเสริมพลังงานทดแทนในภาพรวมของประเทศ การส่งเสริมการผลิตการใช้ CBG เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อใช้ในยานยนต์ รวมถึงนำร่องการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ในรถบรรทุกขนาดใหญ่ให้มีการออกกฏกระทรวงเพื่อให้การกำหนดมาตรฐานการใช้พลังงานในอาคารใหม่ (BEC) สามารถบังคับใช้ได้จริง โดยบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นหน่วยที่จะนำไปปฏิบัติอย่างใกล้ชิด เดินหน้าโครงการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ เช่น อุตสาหกรรมห้องเย็น แช่แข็ง และตรวจสอบการใช้พลังงานโรงงาน/อาคารควบคุมอย่างเข้มข้น• แผน Oil Plan ปี 2559-2560 ดำเนินการการผลักดัน พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนมีประสิทธิภาพ การผลักดันให้มีการเริ่มลงทุนโครงการระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศึกษาและจัดทำแผนในการลดชนิดน้ำมันเชื้อเพลิงให้ชัดเจน และศึกษาและจัดทำแนวทางบริหารจัดการการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง• แผน Gas Plan ปี 2559-2560 จะดำเนินการเร่งผลักดันการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และ พรบ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ให้แล้วเสร็จเพื่อนำไปสู่การเปิดให้ยื่นสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ บริหารอย่างไรก็ตาม เป้าหมายอีก 20 ปี เมื่อสิ้นสุดแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว จะสามารถสร้างภาคพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง โดยสามารถการจัดหาพลังงานเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชน โดยมีระดับการผลิตอย่างไรก็ตาม เป้าหมายอีก 20 ปี เมื่อสิ้นสุดแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว จะสามารถสร้างภาคพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง โดยสามารถการจัดหาพลังงานเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชน โดยมีระดับการผลิต2579 และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยตั้งเป้าหมายลดค่าความเข้มของการใช้พลังงานลง 30% ในปี 2579 โดยคาดว่าจะสามารถลดการใช้พลังงานเป็นมูลค่า 842,130 ล้านบาทต่อปีลดการปล่อยก๊าซ CO2 ได้ 317 ล้านตัน

อ่านต่อ...
Admin

ข่าวดี! ปตท.ร่วมมือ องค์การเภสัชกรรม ศึกษาตั้งโรงงานผลิตยารักษามะเร็งแห่งแรกของไทยข่าวดี สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง เมื่อ ปตท.ร่วมมือองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ศึกษาความเป็นไปได้การสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งแห่งแรกของไทย หวังช่วยลดค่ายาของประชาชนลงได้มากกว่า 50% คาดใช้เงินลงทุนก่อสร้างกว่า 1 พันล้านบาท ตั้งเป้าหมายเริ่มผลิตยาล็อตแรกได้ปี 2568วันที่ 23 ม.ค. 2561 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได่ลงนามบันทึกข้อตกลง “โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการผลิตวัตถุดิบสารออกฤทธิ์ทางยา” ร่วมกับนายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็ง และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการผลิตสารออกฤทธิ์ทางยา (Active Pharmaceutical Ingredient, API) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตยา เสริมสร้างความมั่นคง และยกระดับอุตสาหกรรมยาของไทยให้ทัดเทียมสากล นายอรรถพล กล่าวว่า ปตท.จะร่วมกับองค์การเภสัชกรรม ศึกษาการสร้างโรงงานยาผลิตยาโรคมะเร็งแห่งแรกของไทย โดย ปตท.มีความชำนาญด้านการก่อสร้าง การบริหารจัดการโรงงาน และมีเคมีภัณฑ์พื้นฐาน ซึ่งสามารถเข้าไปช่วยสนับสนุนองค์การเภสัชฯได้ แต่เบื้องต้นยังไม่มีการหารือไปถึงการลงทุนร่วมกันแต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม ปตท.มีพื้นที่ที่พัฒนาแล้วพร้อมสร้างโรงงานได้ที่นิเวศอุตสาหกรรมวนารมย์ (PTT Wanarom Eco Zone Industries : PTT Wecozi) ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จ.ระยอง ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งที่องค์การเภสัชฯสามารถเลือกตั้งโรงงานได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมว่าจะช่วยลดต้นทุนได้หรือไม่ด้วยด้าน นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ในปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการในประเทศผลิตยารักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งจำเป็นต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อป้องกันผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมภายนอก นอกจากนั้นยารักษาโรคมะเร็งบางประเภทยังต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตชั้นสูงในการผลิตด้วย ดังนั้นองค์การเภสัชกรรม จึงได้เริ่มเดินหน้าศึกษาวิจัยพัฒนายาในกลุ่มยารักษาโรคมะเร็งอย่างจริงจัง และมีแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งขึ้นเป็นการเฉพาะ โดย มุ่งเน้นการผลิตยารักษาโรคมะเร็งในทุกกลุ่มการผลิต ทั้งยาเคมีบำบัดชนิดเม็ดและฉีด (Chemotherapy) ซึ่งเป็นยาพื้นฐานในการรักษาโรคมะเร็งที่สามารถออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย และยารักษาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) ทั้งยาเคมีชนิดเม็ดและยาฉีดชีววัตถุคล้ายคลึงประเภท Monoclonal antibodies (Biosimilar) เพื่อให้มียาครอบคลุมการรักษาทุกกลุ่มโรคมะเร็งในปัจจุบันทั้งนี้การสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายกลุ่มยารักษาโรคมะเร็งดังกล่าว จะสามารถลดราคายาลงได้มากกว่า 50 % ซึ่งเป็นการลดภาระด้านยาในระบบสาธารณสุขของประเทศและผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ทั่วถึงมากขึ้น นอกจากนั้น ยังถือว่าเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงด้านยาและพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในอนาคตโดยโรงงานผลิตยารักษามะเร็งคาดว่าจะต้องใช้เงินถึง 1 พันล้านบาท ตั้งเป้าผลิตยาได้ในปี 2568 ส่วนการเลือกพื้นที่ตั้งโรงงานนั้น ในขณะนี้กำลังพิจารณา 2 พื้นที่คือ PTT Wecozi จ.ระยอง ของ ปตท. และอ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ขององค์การเภสัชฯเอง คาดว่า 2-3 ปีนี้จะได้ข้อสรุปการเลือกพื้นที่และการดำเนินงานเบื้องต้นได้ สำหรับสถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทย จากสถิติพบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 ของคนไทย ซึ่งข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งประมาณ 60,000 คนต่อปีหรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7 ราย ในขณะที่ทั่วโลกมีคนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสูงถึง 8 ล้านคนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง มีทั้งจากภายในและภายนอกร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม รวมถึงสารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร เป็นต้น

อ่านต่อ...