News
ผลกระทบจากน้ำมันและก๊าซหุงต้มปรับขึ้นราคา
ผลกระทบจากน้ำมันและก๊าซหุงต้มปรับขึ้นราคา สาระสำคัญ : โซเชียลมีเดียและตัวแทนบุคคลจากภาคส่วนต่างๆ ตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบจากน้ำมันและก๊าซหุงต้มปรับขึ้นราคา ในประเด็นดังนี้ 1. น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ วิเคราะห์ว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มอย่างผิดปกติในช่วงเดือน พ.ค. เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนพลังงาน โดยเปิดประเด็น ดังนี้ 1.1 ตั้งข้อสังเกตว่าการที่กระทรวงพลังงาน ประกาศไม่ให้แจ้งการปรับลดราคาน้ำมันล่วงหน้า ขณะที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) สั่งให้ทำโครงสร้างราคาน้ำมันเฉพาะราคาขายส่งรวมแวตเท่านั้น ไม่ให้แจ้งราคาขายปลีกซึ่งจะเห็นการบวกค่าการตลาดด้วย สะท้อนถึงเจตนาว่าต้องการจะปิดบังทั้งการปรับลดราคาและการบวกกำไรของราคาขายปลีกน้ำมันจากการรับรู้ของประชาชนทั่วไปใช่หรือไม่ ·     กระทรวงพลังงานไม่มีเจตนาปิดบังการรับรู้ของประชาชน แต่มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการแข่งขันด้านราคา ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลดีต่อประชาชน  เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทน้ำมันต่างๆ จะมีการตั้งราคาที่เท่ากันและมีการปรับราคาขึ้นลงพร้อมกัน  พอมีการประกาศราคาล่วงหน้า ทุกสถานีบริการก็จะปรับราคาตามกัน ไม่เกิดการแข่งขันด้านราคาโดยตรง แต่เน้นไปแข่งขันทางอ้อมผ่านการโปรโมชั่น เช่น การแจกน้ำดื่มขวด เป็นต้น ·     กระทรวงพลังงานมีวัตถุประสงค์ให้บริษัทน้ำมันมีกลยุทธ์ในการตั้งราคาตามต้นทุนของตนเอง ซึ่งจะสะท้อนได้จากราคาจำหน่ายปลีกที่แตกต่างกันของแต่ละแบรนด์   ดังนั้น การที่ภาครัฐจะใช้ราคาจำหน่ายปลีกของบริษัทหนึ่งในการจัดทำโครงสร้างราคาก็อาจไม่สอดคล้องกับวัถุประสงค์ที่ต้องการเห็นตลาดน้ำมันของประเทศมีการแข่งขันด้านราคา  คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จึงเห็นควรให้ยกเลิกการเผยแพร่ราคาขายปลีกและค่าการตลาดในโครงสร้างราคา   ทั้งนี้ ราคาขายปลีกของแต่ละบริษัทน้ำมันก็ยังคงมีการเผยแพร่บนหน้าเว็ปไซต์ของ สนพ. (www.eppo.go.th) ตามปรกติ  ซึ่งก็ทำให้สามารถคำนวณค่าการตลาดได้ดังเดิม 1.2 จากการตรวจสอบพบว่าราคาก๊าชหุงต้มตลาดโลก อยู่ที่ราคาประมาณ 15 บาท/ก.ก. แต่ราคาในประเทศที่มาจากก๊าชอ่าวไทยกลับมีราคาหน้าโรงแยกก๊าชที่ 18 บาท/ก.ก. ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดโลกกว่า 3 บาท/ก.ก. สะท้อนว่ารัฐได้ตั้งราคาจากโรงแยกก๊าชสูงกว่าตลาดโลก และนำกองทุนน้ำมันมาชดเชยให้เพียงกิโลกรัมละ 2.74 บาท ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเป็นกองทุนอำพรางกำไรให้แก่โรงแยกก๊าช มากกว่าเป็นกองทุนที่ผู้ใช้เก็บออมเงินไว้เพื่อชดเชยราคาที่ปรับสูงขึ้นตามราคาแข่งขันในตลาดโลก ·     ราคาต้นทุนก๊าซหุงต้มตลาดโลกในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 61 อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 16 บาท ซึ่งเมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการนำเข้าจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 17.5 บาท มิใช่กิโลกรัมละ 15 บาทแต่อย่างใด ·     ราคา ณ โรงกลั่นของก๊าซหุงต้มในสัปดาห์ที่ผ่านมา (15-21 พ.ค. 61) อยู่ที่กิโลกรัมละ 18.08 บาท ราคาดังกล่าวอ้างอิงจากราคานำเข้า  มิใช่เป็นราคาต้นทุนของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่าและต้องส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (อยู่ที่อัตรากิโลกรัมละ 4.0991 บาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา) ซึ่งเงินที่เก็บจากโรงแยกก๊าซฯ ดังกล่าวก็นำมาใช้ในการชดเชยผ่านกองทุนน้ำมันฯ (กิโลกรัมละ 2.7424 บาท) ให้ราคาก๊าซ LPG ในประเทศถูกกว่าราคานำเข้า 1.3 พบข้อมูลจากคนขายก๊าซฝั่งพม่าระบุว่า ก๊าซหุงต้มที่ไทยขายให้ มีราคาอยู่ที่เพียง 23.20 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ขณะที่คนไทยต้องซื้อในราคาสูงกว่า ทั้งที่ประเทศไทยมีทั้งก๊าซในอ่าวไทย และโรงแยกก๊าซถึง 6 โรงในประเทศ จากข้อมูลที่ระบุไม่แน่ใจว่าเป็นราคาของเดือนใด และไม่ทราบว่าเป็นราคาเนื้อก๊าซ LPG หรือเป็นราคาขายปลีก   แต่จากข้อมูลในเดือนพฤษภาคม 61 จะเห็นได้ว่าราคาจำหน่ายปลีกก๊าซ LPG ของประเทศไทยยังคงถูกกว่าของประเทศพม่า มิได้แพงกว่าตามข้อกล่าวอ้างแต่อย่างใด ดังแสดงในรูป 2. นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางรถบรรทุกแห่งอาเซียน (ATF) กล่าวว่าได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงพลังงาน นำเงินกองทุนพลังงาน มาช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการขนส่ง ·     กระทรวงพลังงานได้ออกมาตรการส่งเสริมดีเซลหมุนเร็ว (B20) เกรดพิเศษ เพื่อช่วยลดต้นทุนภาคขนส่งและบรรเทาผลกระทบจากการที่ราคาน้ำมันตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยสนับสนุนการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (B20) ให้เป็นน้ำมันเกรดพิเศษ สำหรับกลุ่มรถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก ฟีดคาร์ รถโดยสารขนาดใหญ่ ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลปรกติ (B7) 3 บาท/ลิตร   3. โซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ วิจารณ์ว่าราคาน้ำมันที่สูง เกิดจากการจัดเก็บภาษีน้ำมัน พร้อมสะท้อนว่าสาเหตุที่รัฐบาลต้องจัดเก็บภาษีน้ำมัน สะท้อนถึงภาวะการคลังที่ถดถอย ·     ภาครัฐมิได้เพิ่มการจัดเก็บภาษีแต่อย่างใดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559  แต่ราคาน้ำมันในประเทศที่สูงขึ้นเกิดจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น จากปัจจัยหลายประการ เช่น การตรึงกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคและประเทศนอกกลุ่มโอเปคในช่วงปีที่ผ่านมา สถานการณ์ประเทศเวเนซุเอลาเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศและไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบได้  จนล่าสุดเหตุการณ์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการคว่ำบาตรประเทศอิหร่านทำให้คาดการณ์ว่าน้ำมันดิบจะออกสู่ตลาดโลกน้อยลง   จากปัจจัย ที่กล่าวมาทำให้ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว เป็นอยู่ที่ระดับ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40
ข่าวอื่นๆ
กระทรวงพลังงาน ประกาศ Work From Home

กระทรวงพลังงาน ประกาศ Work From Home

ช่องทางการติดต่อกระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง มาตรการในการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน เรื่อง แนวทางการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งกรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดาวน์โหลด ประกาศ คลิกที่นี่

ปลัดกระทรวงพลังงาน ต้อนรับคณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา

ปลัดกระทรวงพลังงาน ต้อนรับคณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 63 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ต้อนรับคณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา นำโดยนายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคลรองประธานคณะกรรมาธิการ ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการกระทรวงพลังงานที่มีความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศด้านบริหารราชการแผ่นดิน คณะกรรมาธิการชื่นชมการปฏิบัติงานของกระทรวงพลังงาน และให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญได้แก่ การเร่งผลักดันโรงไฟฟ้าชุมชน ความยั่งยืนของของอาสาสมัครพลังงาน การบริการประชาชนของข้อมูลของศูนย์สารสนเทศด้านพลังงาน

ปลัดกระทรวงพลังงาน ชี้แจงมาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจของภาครัฐ

ปลัดกระทรวงพลังงาน ชี้แจงมาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจของภาครัฐ

วันนี้ (15 เม.ย.63) นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ร่วมชี้แจงมาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจของภาครัฐเพื่อลดผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. โดยในส่วนของมาตรการพลังงานได้ดำเนินการทั้งด้านไฟฟ้า อาทิ การตรึงค่าไฟฟ้า การผ่อนผันค่าไฟฟ้าให้กับโรงงาน ผู้ประกอบการ SMEs โรงแรม การคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า การเพิ่มปริมาณการใช้ไฟให้กับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟรี ด้านน้ำมันและก๊าซ อาทิ การลดราคาก๊าซ NGV สำหรับรถสาธารณะ การลดราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) รวมทั้งด้านการจัดหาแอลกอฮอล์ ได้มีการผ่อนผันให้โรงงานผลิตเอทานอลสามารถนำเอทานอลเพื่อเชื้อเพลิงไปผลิตเป็นแอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดได้ และสัปดาห์หน้าเตรียมจัดหาแอลกอฮอล์ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจำนวน 9,863 แห่ง จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ

ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง การเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหากรรมการภาคประชาสังคมของกระทรวงพลังงาน

ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง การเสนอชื่อบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหากรรมการภาคประชาสังคมของกระทรวงพลังงาน

** ขยายเวลารับสมัคร ถึง  27 มีนาคม 2563 ** กระทรวงพลังงานเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหากรรมการภาคประชาสังคม ของกระทรวงพลังงาน ตามแนวทางของแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน จำนวน   9  ท่าน ได้แก่ 1) ตัวแทนผู้ใช้/ผู้บริโภคพลังงาน                                        จำนวน  3 คน 2) ตัวแทนองค์กรผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายพลังงาน                           จำนวน  3 คน 3) ภาควิชาการ                                                                     จำนวน  3 คน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ชั้น 23  ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  10900 สอบถามเพิ่มเติมโทร 0 2140 6284 หรือ 0 2140 6302 วิธีการและกำหนดการเสนอชื่อบุคคล           หน่วยงานหรือองค์กรที่ประสงค์จะเสนอชื่อบุคคลสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงพลังงาน (www.energy.go.th) หรือตาม QR Code ท้ายประกาศนี้ ส่งเอกสารได้ที่กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ชั้น 23 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2563 ดาวน์โหลดประกาศกระทรวงพลังงาน       คลิกที่นี่ ดาวน์โหลดประกาศขยายเวลา คลิกที่นี่ ดาวน์โหลดแบบประวัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหากรรมการภาคประชาสังคมของกระทรวงพลังงาน           คลิกที่นี่