News
ก.พลังงาน ระดมสมอง พลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมรับฟังและเตรียมความพร้อม แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน 6 ด้าน 17 ประเด็น
ก.พลังงาน ระดมสมอง พลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ผู้บริหารและข้าราชการจากกรมต่างๆ พร้อมรัฐวิสาหกิจในสังกัด กว่า 300 คน ร่วมรับฟังและเตรียมความพร้อม แผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน 6 ด้าน 17 ประเด็น หวังร่วมขับเคลื่อนภาพรวมการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานสู่ความยั่งยืน พร้อมสร้างความเข้าใจให้ประชาชนทั่วประเทศ วันนี้ (21กย.) นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “สื่อสารนโยบายปฏิรูปประเทศด้านพลังงานสู่การปฏิบัติ”โดยมีพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ผู้แทนจากหน่วยงานภายในกรมและรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงพลังงาน กว่า 300 คน ร่วมสัมมนา พร้อมทั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ได้แก่ นายพรชัย รุจิประภา ประธานคณะกรรมการ พลเอกเลิศรัตน์  รัตนวานิช รองประธาน และนายมนูญ ศิริวรรณ คณะกรรมการ เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย สร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ นางสาวนันธิกา เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน (ปี 2561 – 2565) ซึ่งครอบคลุม 6 ด้าน 17 ประเด็น โดยจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายด้านพลังงานที่สำคัญเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ  และจะเป็นแผนงานที่เน้นการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นการยอมรับของประชาชน ส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของประชาชนให้การบริหารจัดการด้านพลังงานมีธรรมาภิบาล ก่อให้เกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กรอบการปฏิรูปฯ  ที่ต้องเร่งดำเนินการในช่วงแรกที่สำคัญ ๆ อาทิ การจัดหาพลังงาน โดยเฉพาะการสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในประเทศ  ให้เกิดความต่อเนื่อง เดินหน้าปลดล๊อคกฎระเบียบ เพื่อให้การพัฒนาพลังงานทางเลือกเกิดความคล่องตัวและเติบโตยิ่งขึ้น การยกระดับการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน รับเกณฑ์มาตรฐานการออกแบบอาคาร (BEC)  รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานอาคารรัฐด้วยกลไก ESCO  การจัดตั้งศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลพลังงานที่เชื่อถือได้สู่การวิเคราะห์รอบด้าน และลดการบิดเบือนข้อมูลพลังงาน เป็นต้น โดยในช่วงปลายของการปฏิรูปฯ จะเกิดเป้าหมายการพัฒนาพลังงานที่ชัดเจน ทั้งด้านยานยนต์ไฟฟ้า ระบบเก็บกักพลังงาน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน  เสริมสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว การสร้างโรงไฟฟ้า สายส่งที่ล้ำสมัย การลงทุนธุรกิจปิโตรเคมีระยะใหม่ ประชาชนจะเกิดทางเลือกที่สามารถผลิตและใช้พลังงานทดแทนอย่างเสรี ลดการผูกขาด สร้างการแข่งขันในทุกกิจการพลังงาน ในขณะเดียวกันสามารถบังคับใช้กฎหมาย หรือระเบียบด้านการอนุรักษ์และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อทุกภาคส่วน นางสาวนันธิกา กล่าวเพิ่มว่า การดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงานดังกล่าว จะมีเป้าหมาย หน่วยงานที่รับผิดชอบ และกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน เน้นการปรับปรุงภารกิจด้านพลังงานให้มีความชัดเจน มีประสิทธิภาพ และสอดรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน  ซึ่งการขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ ในการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน จะต้องสื่อสารไปถึงประชาชนในพื้นที่ ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค โดยกลุ่มพลังงานจังหวัดที่เข้าร่วมสัมมนาในวันนี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะถ่ายทอดการดำเนินงานด้านการปฏิรูปฯ ของกระทรวงพลังงานครั้งนี้ ให้ขยายผลสู่วงกว้าง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และความร่วมมือในการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานครั้งนี้เพื่อพลังงานมั่นคง เศรษฐกิจมั่งคั่ง สังคมไทยยั่งยืน ต่อไป
ข่าวอื่นๆ
รมว. พลังงาน ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมการลงทุนติดตั้งระบบอบแห้งแสงอาทิตย์ และ การผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ในโรงเรียนชนบท สร้างรายได้ให้เกษตรกรและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

รมว. พลังงาน ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมการลงทุนติดตั้งระบบอบแห้งแสงอาทิตย์ และ การผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ในโรงเรียนชนบท สร้างรายได้ให้เกษตรกรและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

ดร. ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน เดินทาง ตรวจราชการในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ระหว่างวันที่ 13-15 มกราคม 2562 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ เพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ของโครงการด้านพลังงานในการสนับสนุนการพัฒนา ชุมชนในที่ต่างๆ ดังนี้ ในวันที่ 13 มกราคม 2562  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ติดตามการใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ (พาราโบลาโดม) ของบริษัทชาวไทยภูเขา (ฮิลล์คอฟฟ์) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้พัฒนาออกแบบและช่วยเงินลงทุนติดตั้งระบบ ในสัดส่วน 30% เป็นเงิน 485,800 บาท เพื่อใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาคุณภาพเมล็ดกาแฟได้ให้สูงยิ่งขึ้น โดยพาราโบลาโดมจะช่วยลดระยะเวลาการตากเมล็ดกาแฟลงได้ถึง 5-10 วัน และทำให้ได้เมล็ดกาแฟ     มีรสชาติใหม่ ถูกสุขอนามัย ลดความเสียหาย ทำให้ผลผลิตออกมาเป็นเมล็ดกาแฟแบบ Honey process Wet process และ Dry Process สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวเขาในพื้นที่ที่เพาะปลูกกาแฟได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี และพาราโบลาโดมยังถูกนำไปใช้เพื่อทำกล้วยตากได้ถึง 220 กิโลกรัมต่อปีอีกด้วย  นอกจากนี้ ยังได้     นำระบบเทคโนโลยีเพื่อมาต่อยอดให้เป็นสมาร์ทโดมที่สามารถรายงานผลและสั่งการผ่านโทรศัพท์มือถือ ในการควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ในระยะต่างๆ ของการอบแห้งกาแฟได้ โครงการจัดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับโรงเรียนชนบท ณ โรงเรียนบ้านห้วยต้นตอง   อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไฟฟ้าเข้าไม่ถึง โดยเมื่อปี 2549 พพ. ได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดในวงเงินประมาณ 1.4 ล้านบาท เพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ขนาดกำลังผลิตพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 36 กิโลวัตต์ชั่วโมง ใช้กับอาคารเรียน 2 ชั้น และในปี 2553 ได้ขยายผลกำลังการผลิตไฟฟ้า ของโครงการขึ้นอีก 3 กิโลวัตต์ เพื่อใช้กับอาคารเรียนชั้นอนุบาล อาคารสำนักงาน และโรงอาหาร และในปี 2561 พพ. ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าขึ้นอีก 10 กิโลวัตต์ พร้อมกับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทั้งนี้ กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้นอกจากจะช่วยเพิ่มคุณภาพการศึกษาของนักเรียนระดับประถมศึกษากว่า 117 คน แล้วพลังงาน   ที่กักเก็บไว้ในแบตเตอร์รี่จะถูกนำมาช่วยเพื่อเตรียมการสอนของครูในช่วงค่ำ นอกจากนี้ ในบางโอกาสไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดนำไปใช้ในกิจกรรมของชุมชนชาวเขาที่อยู่บริเวณโดยรอบกว่า 800 คน จาก150 ครัวเรือน ซึ่งจะช่วยยกระดับความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนจากการมีไฟฟ้าใช้จากระบบเซลล์แสงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี

ก.พลังงาน ชี้แจงประเด็นข่าวการเตรียมเปิดประมูล IPP ตามแผน PDP ใหม่

ก.พลังงาน ชี้แจงประเด็นข่าวการเตรียมเปิดประมูล IPP ตามแผน PDP ใหม่

ก.พลังงาน  ขอย้ำยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา และต้องรอการพิจารณาจาก กพช. และนำเสนอ ครม. ก่อน จึงนำมาจัดทำแผนดำเนินการได้ ดร. สมภพ  พัฒนอริยางกูล  ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า  ตามที่ปรากฎข่าวจากสื่อมวลชน ในวันนี้ (11 มค.) ว่า กระทรวงพลังงาน ได้เตรียมพร้อมเปิดการประมูลโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) รอบที่ 4 ในภาคตะวันตก กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 1,400 เมกะวัตต์ ในช่วงปี 2562 – 2563 และจะจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบประมาณปี 2568 ซึ่งเป็นประเด็นเผยแพร่เนื้อหาข่าวในสื่อต่าง ๆ นั้น ทั้งนี้ กระทรวงพลังงงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ขอชี้แจงว่า ขณะนี้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ (PDP) ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้ความเห็นชอบ ซึ่งเบื้องต้น จะมีกำหนดการประชุมในวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562  โดยกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมในแนวทางต่างๆ ทั้งในการประมูล หรือต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าทุกประเภทให้สอดคล้องกับแผน PDP ฉบับใหม่ รวมทั้งจะพิจารณาความต้องการไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศในช่วงขณะนั้นประกอบด้วย โดยเมื่อ กพช. ให้ความเห็นชอบและนำเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว กระทรวงพลังงานจะนำแผน PDP มาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนดำเนินการหรือ Action Plan ต่อไป

แถลงการณ์กระทรวงพลังงานฉบับที่ 5/2562 สถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก”

แถลงการณ์กระทรวงพลังงานฉบับที่ 5/2562 สถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก”

แถลงการณ์กระทรวงพลังงานฉบับที่ 5/2562 สถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก” ที่ส่งผลต่อการผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย กระทรวงพลังงาน : วันที่ 6 มกราคม 2562 เวลา 16.00 น. รายงานความคืบหน้าสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) ขณะนี้พายุได้เคลื่อนที่ผ่านประเทศไทยไปแล้ว ภาพรวมของการบริหารจัดการด้านพลังงานนั้น ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย ทำให้สามารถผลิต ก๊าซธรรมชาติและกระแสไฟฟ้าได้ใกล้เคียงปริมาณปกติ รายละเอียดในแต่ละด้านประกอบด้วย ด้านการผลิตก๊าซธรรมชาติ อุปกรณ์การผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย ปัจจุบันสามารถเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติได้ตามปกติแล้ว และจากการตรวจสอบโดยละเอียด คาดว่าจะสามารถผลิตเต็มที่ได้ในวันที่ 7 มกราคม 2562 ทั้งนี้ได้ใช้การผลิตก๊าซ LNG เต็มกำลังสำรอง 1,400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อไปตลอดช่วงฉุกเฉิน ด้านไฟฟ้า ในส่วนของโรงไฟฟ้าไม่มีความเสียหายและสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติ แต่จะมีเพียง บางพื้นที่ที่เสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับความเสียหาย คาดว่าจะสามารถกู้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ด้านน้ำมันและสถานีบริการ สถานีบริการในทุกพื้นที่สามารถเปิดบริการได้ตามปกติ ด้านการให้ความช่วยเหลือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกลุ่มบริษัท ปตท. ยังคงให้ ความช่วยเหลือประชาชนด้วยการแจกจ่ายถุงยังชีพและน้ำดื่ม ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน คาดว่า การบริหารจัดการด้านพลังงานในทุกๆ ด้านจะสามารถกลับสู่สภาวะปกติภายใน 1 - 2 วันนี้ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัดได้เร่งประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

แถลงการณ์กระทรวงพลังงานฉบับที่ 4/2562 สถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก”

แถลงการณ์กระทรวงพลังงานฉบับที่ 4/2562 สถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก”

แถลงการณ์กระทรวงพลังงานฉบับที่ 4/2562 สถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก” ที่ส่งผลต่อการผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย กระทรวงพลังงาน : วันที่ 5 มกราคม 2562 เวลา 16.00 น. รายงานความคืบหน้าสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) ต่อการผลิตปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทย ซึ่งขณะนี้ สถานการณ์ในส่วนของการผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่อ่าวไทยถือว่าได้คลี่คลายแล้ว บริษัท ผู้ประกอบกิจการพลังงานได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจอุปกรณ์บนทุกแท่นผลิตปิโตรเลียมและเร่งดำเนินการให้สามารถกลับมาผลิตปิโตรเลียมเพื่อรองรับการใช้ของประชาชน รายละเอียดการดำเนินการมีดังนี้ ด้านการผลิตก๊าซธรรมชาติ จากการเข้าตรวจสอบ พบว่า ไม่มีอะไรเสียหาย สามารถกลับมาผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในวันที่ 6 มกราคม 2562 และจะสามารถผลิตได้อย่างเต็มที่ วันที่ 7 มกราคม 2562 ด้านไฟฟ้า ในส่วนของโรงไฟฟ้าไม่มีความเสียหายและสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติ แม้สถานการณ์จะคลี่คลายแล้ว กระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัด จะได้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ร่วมกับรัฐบาล อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัด ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน