News
รู้ลึก รู้จริงกว่า เรื่องน้ำมัน
รู้ลึก รู้จริงกว่า เรื่องน้ำมัน บนโลกโซเชียลมักมีคนเชื่อ "เขาบอก" คำถามที่ "เขาบอก" ยอดฮิต “เขาว่าไทยผลิตน้ำมันได้มากถึงขนาดส่งออกได้ด้วย แล้วทำไมถึงต้องนำเข้าอีก?" เขา? ที่ว่าคือใคร เชื่อเขาเเต่ไม่รู้ที่มา ถ้าอยาก “รู้ลึก รู้จริงกว่า เรื่องน้ำมัน” : ทำไมเราถึงต้องนำเข้ามาอีก หรือทำไมต้องส่งออก นั้นก็เพราะเราผลิตน้ำมันดิบเองได้ประมาณ 20 ล้านลิตรต่อวัน เเละที่นำเข้าก็เพราะความต้องการใช้ของคนในบ้านเราสูงประมาณ 100 ล้านลิตรต่อวัน เราถึงต้องนำเข้า เพื่อให้เพียงพอกับทุกความต้องการของทุกคน คราวหน้ารู้ให้ลึกเรื่องน้ำมันก่อนแชร์ ไม่หลงเชื่อ "เขาบอก" จะทำให้เราเข้าใจแบบผิด ๆ นะครับ สามารถติดตามคลิป "รู้ลึก รู้จริงกว่า เรื่องน้ำมัน" ทั้งหมด คลิกที่นี่  
ข่าวอื่นๆ
พิธีทำบุญตักบาตรและถวายพานพุ่ม เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.9 ณ ท้องสนามหลวง

พิธีทำบุญตักบาตรและถวายพานพุ่ม เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.9 ณ ท้องสนามหลวง

วันนี้ (5 ธ.ค. 61) ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและถวายพานพุ่มราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ พุทธศักราช 2561 โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี ณ ท้องสนามหลวง

มอบโล่รางวัลเกียรติยศให้กับผู้ได้รับรางวัล จำนวน 25 รางวัล จากการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561 โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์

มอบโล่รางวัลเกียรติยศให้กับผู้ได้รับรางวัล จำนวน 25 รางวัล จากการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561 โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน  (พพ. ) พร้อมผลักดันผู้ประกอบการบ้านจัดสรรและรับสร้างบ้านเดินหน้าออกแบบสร้างบ้านอนุรักษ์พลังงาน กับ 25 รางวัลการันตีมาตรฐานของบ้านอนุรักษ์พลังาน ทางเลือกใหม่ของคนอยากมีบ้าน อยู่อาศัยแบบประหยัดพลังงาน วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561  กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน  (พพ.) ได้จัดให้มีการมอบโล่รางวัลเกียรติยศให้กับผู้ได้รับรางวัล จำนวน 25 รางวัล จากการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561 โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ เป็นประธาน ณ ห้อง MAYFAIR BALLROOM A ชั้น 11 THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานในบ้านอยู่อาศัยที่ถือเป็นสิ่งพื้นฐานในการดำรงชีวิตของประชาชน และดำเนินการส่งเสริมให้บ้านอยู่อาศัยสามารถประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำแนวคิดดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการสร้างบ้านประหยัดพลังงานสู่ผู้บริโภค จึงได้ริเริ่มจัดการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นขึ้นครั้งแรกในปี 2548 และจัดการประกวดต่อเนื่องมาในปี 2550, 2551, 2557, 2559, 2560 ตามลำดับ จากผลสำเร็จในภาพรวมของโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 455 ผลงาน และมีผู้รับรางวัลรวมถึง 87 รางวัล สามารถกระตุ้นให้ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์เข้ามามีส่วนร่วมเกินกว่า 98 ราย โดยการประกวดในช่วง ปีแรกมุ่งเน้นประเภทแบบบ้านเป็นหลัก ต่อมาในปี 2551 เป็นต้นมา ได้เพิ่มการประกวดประเภทโครงการบ้านจัดสรรโดย มีหลักเกณฑ์การตัดสินที่พิจารณาทั้งในเรื่องการออกแบบทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม รวมถึงการจัดการสภาพแวดล้อม ซึ่งล้วนมีผลต่อการประหยัดพลังงานทั้งสิ้น ความสำเร็จและผลตอบรับจากการประกวดที่ผ่านมาช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการบ้านจัดสรรและธุรกิจรับสร้างบ้านเห็นความสำคัญในการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้นโดยลำดับ เห็นได้จากโครงการบ้านจัดสรรต่างๆ ได้เริ่มมีการสร้างจุดขายเรื่องบ้านประหยัดพลังงานมากขึ้น และมีการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีในการเลือกซื้อบ้านไปพร้อมกันด้วย สำหรับการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นในปี 2561 นี้ ได้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้นจำนวน 120 ผลงาน แบ่งเป็นประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ จำนวน 100 แบบ และประเภทโครงการจัดสรร จำนวน 20 โครงการ ผลการตัดสินมีผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 25 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลประเภทบ้าน 22 รางวัลและรางวัลประเภทโครงการจัดสรร 3 รางวัล โดยในการพิจารณาตัดสินได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่าง ๆ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันมีการเติบโตในภาคที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนการใช้พลังงานประมาณร้อยละ 15 ของการใช้พลังงานของประเทศ ซึ่งหากกล่าวในเรื่องของพลังงานแล้วถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงานในการจัดหาและส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การใช้พลังงานในบ้านอยู่อาศัยนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นการใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ การปรับสภาพแวดล้อมที่ดีในการอยู่อาศัย เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะประเทศไทยที่อยู่ในภูมิอากาศเขตร้อนชื้น จึงต้องคำนึงถึงวิธีการทำให้บ้านเย็นสบายซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเป็นอันดับแรก ทำให้บ้านต้องใช้พลังงานมาก โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าและกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนด้วย แต่โดยแท้จริงแล้ว การสร้างบ้านให้อยู่สบายสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบปรับอากาศมากเกินไป โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบบ้านที่ถูกต้อง การจัดวางตำแหน่งและทิศทางให้เหมาะสมกับภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม มีการใช้ประโยชน์จากลมและแสงธรรมชาติ การเลือกใช้วัสดุที่ช่วยประหยัดพลังงาน เช่น ฉนวนกันความร้อน สิ่งเหล่านี้นำไปสู่แนวคิดเรื่องบ้านประหยัดพลังงานซึ่งเป็นบ้านที่มีความน่าอยู่และลดการใช้พลังงานลงด้วย เพราะบ้านประหยัดพลังงานจะสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 20% ขึ้นไป และสามารถคืนทุนได้ภายใน 3-5 ปี กระทรวงพลังงานเองมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในบ้านอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและส่งเสริมกิจกรรมเรื่องบ้านให้มีความหลากหลาย ซึ่งภายหลังจากการมอบรางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่นในวันนี้แล้ว จะได้มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลงานของท่านทั้งหลายให้ประชาชนได้ทราบในวงกว้างต่อไป ประชาชน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ประกอบการหรือแบบบ้านที่ได้รับรางวัลจากการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการซื้อบ้าน ได้ที่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานกระทรวงพลังงาน โทร. 0-2223-0021-9 ต่อ 1182, 1547

คณะกรรมการฯ SEA ประกาศรายชื่อที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกบริหารโครงการการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้

คณะกรรมการฯ SEA ประกาศรายชื่อที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกบริหารโครงการการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้

คณะกรรมการฯ SEA ประกาศรายชื่อที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกบริหารโครงการการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ ยืนยันเฟ้นหาที่ปรึกษาโครงการ จาก 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยที่ยื่นข้อเสนอ ด้วยเกณฑ์พิจารณาเข้มข้นและโปร่งใส มั่นใจได้ผู้ศึกษาโครงการฯ ที่เหมาะสม พร้อมเซ็นสัญญาภายในต้นเดือน ธ.ค. และเริ่มดำเนินการศึกษาได้ทันที                 นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ในฐานะประธานร่วมคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ เปิดเผยว่า วันนี้  (19 พ.ย.) ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ (SEA)  เป็นครั้งที่ 8 โดยคณะกรรมการฯ ขอแจ้งความคืบหน้าที่สำคัญ คือ การพิจารณาข้อเสนอโครงการการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้เปิดรับสมัครผู้สนใจยื่นข้อเสนอโครงการฯ ในเว็บไซด์ของกระทรวงพลังงาน (www.energy.go.th) โดยมีกำหนดเวลาให้ผู้ที่สนใจยื่นข้อเสนอโครงการ ฯ กลับมายังกระทรวงพลังงาน ระหว่างวันที่ 17 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาเปิดรับข้อเสนอโครงการตามประกาศสำนักงาน กกพ. เรื่อง การเปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อการส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 โดยสาระสำคัญจะมีกรอบวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท เบื้องต้นพบว่ามีผู้ยื่นเสนอโครงการทั้งสิ้น 3 ราย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทั้ง 3 ราย คณะกรรมการ ฯ ได้ใช้เกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วย เกณฑ์การพิจารณากลั่นกรองตามที่สำนักงาน กกพ. กำหนด อาทิ ความสำคัญและความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ประสิทธิผลของโครงการ ประสิทธิภาพของโครงการ เป็นต้น รวมทั้ง เกณฑ์การพิจารณากลั่นกรองในรายละเอียด อาทิ กรอบแนวคิด ขอบเขตและขั้นตอนการดำเนินงานสอดคล้องกับ TOR การแสดงให้เห็นวิธีการและกระบวนการทำงาน กระบวนการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง ประสบการณ์ในการจัดทำหรือการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) รวมทั้งคุณสมบัติบุคลากร ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการ ฯ ได้พิจารณาข้อเสนอต่างๆ จากผู้ยื่นเสนอโครงการ จากสถาบันการศึกษาทั้ง 3 แห่ง และได้พิจารณาเลือกศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เป็นที่ปรึกษาโครงการ สำหรับแนวทางการดำเนินการต่อไป กระทรวงพลังงานจะส่งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้สำนักงาน กกพ. คาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาได้ภายในต้นเดือนธันวาคม 2561 และจะเริ่มดำเนินการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ โดยกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ คาดว่าจะได้ผลการศึกษาทั้งหมดภายในเวลา 9 เดือน  เพื่อให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายการพัฒนาและจัดหาพลังงานในภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับจากประชาชน และสนับสนุนให้กระทรวงพลังงานสามารถปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ได้อย่างมีรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคสังคมและประชาชนมีความรู้ และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

คณะกรรมการฯ SEA ประกาศรายชื่อที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกบริหารโครงการการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้

คณะกรรมการฯ SEA ประกาศรายชื่อที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกบริหารโครงการการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้

คณะกรรมการฯ SEA ประกาศรายชื่อที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกบริหารโครงการการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ ยืนยันเฟ้นหาที่ปรึกษาโครงการ จาก 3 สถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยที่ยื่นข้อเสนอ ด้วยเกณฑ์พิจารณาเข้มข้นและโปร่งใส มั่นใจได้ผู้ศึกษาโครงการฯ ที่เหมาะสม พร้อมเซ็นสัญญาภายในต้นเดือน ธ.ค. และเริ่มดำเนินการศึกษาได้ทันที                 นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ในฐานะประธานร่วมคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ เปิดเผยว่า วันนี้        (19 พ.ย.) ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ (SEA)  เป็นครั้งที่ 8 โดยคณะกรรมการฯ ขอแจ้งความคืบหน้าที่สำคัญ คือ การพิจารณาข้อเสนอโครงการการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้         ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้เปิดรับสมัครผู้สนใจยื่นข้อเสนอโครงการฯ ในเว็บไซด์ของกระทรวงพลังงาน (www.energy.go.th) โดยมีกำหนดเวลาให้ผู้ที่สนใจยื่นข้อเสนอโครงการ ฯ กลับมายังกระทรวงพลังงาน ระหว่างวันที่ 17 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาเปิดรับข้อเสนอโครงการตามประกาศสำนักงาน กกพ. เรื่อง การเปิดรับข้อเสนอโครงการเพื่อการส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 โดยสาระสำคัญจะมีกรอบวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท เบื้องต้นพบว่ามีผู้ยื่นเสนอโครงการทั้งสิ้น 3 ราย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทั้ง 3 ราย คณะกรรมการ ฯ ได้ใช้เกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วย เกณฑ์การพิจารณากลั่นกรองตามที่สำนักงาน กกพ. กำหนด อาทิ ความสำคัญและความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ประสิทธิผลของโครงการ ประสิทธิภาพของโครงการ เป็นต้น รวมทั้ง เกณฑ์การพิจารณากลั่นกรองในรายละเอียด อาทิ กรอบแนวคิด ขอบเขตและขั้นตอนการดำเนินงานสอดคล้องกับ TOR การแสดงให้เห็นวิธีการและกระบวนการทำงาน กระบวนการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง ประสบการณ์ในการจัดทำหรือการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) รวมทั้งคุณสมบัติบุคลากร ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการ ฯ ได้พิจารณาข้อเสนอต่างๆ จากผู้ยื่นเสนอโครงการ จากสถาบันการศึกษาทั้ง 3 แห่ง และได้พิจารณาเลือกศูนย์บริการวิชาการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เป็นที่ปรึกษาโครงการ สำหรับแนวทางการดำเนินการต่อไป กระทรวงพลังงานจะส่งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้สำนักงาน กกพ. คาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาได้ภายในต้นเดือนธันวาคม 2561 และจะเริ่มดำเนินการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์สำหรับพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ โดยกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ คาดว่าจะได้ผลการศึกษาทั้งหมดภายในเวลา 9 เดือน  เพื่อให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายการพัฒนาและจัดหาพลังงานในภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ยอมรับจากประชาชน และสนับสนุนให้กระทรวงพลังงานสามารถปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ได้อย่างมีรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคสังคมและประชาชนมีความรู้ และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน